เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ในช่วงปิดภาคเรียนนี้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ และว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการกพฐ.ได้มีความห่วงใยถึงความปลอดภัยของนักเรียนในช่วงระหว่างปิดภาคเรียนเดือนเมษายนและพฤษภาคม ซึ่งตนในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ กพฐ.ให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนนั้น โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะมีข้อสั่งการให้สถานศึกษาทุกแห่งได้กำชับให้นักเรียนระมัดระวังเรื่องการออกไปเล่นตามแหล่งน้ำในชุมชน เนื่องจากสถิติในช่วงปิดภาคเรียนจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตเกือบทุกปี

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ สพฐ.ได้จัดทำแผนป้องกันเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำขึ้น โดยร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย มหาวิทยาลัยกีฬา ในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานเหล่านี้ เพื่อจัดอบรมแกนนำชุมชน โรงเรียน และประชาชนในการเติมทักษะการเอาตัวรอด และการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยได้มอบหมายให้สำนักกิจการนักเรียนค้นหาข้อมูลว่าพื้นที่ไหนที่เด็กจมน้ำเสียชีวิตมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำ บึง คลอง หรือแม่น้ำ เป็นต้น เพื่อนำมาจัดทำเป็นจุดเสี่ยงและเฝ้าระวังของคนในพื้นที่ เพราะเท่าที่มีการสำรวจจะพบว่า สถิตการจมน้ำของนักเรียนเกิดจากการเดินทางกลับบ้านหลังเลิกเรียนและแวะระหว่างทางเที่ยวเล่น ปิดภาคเรียนรวมกลุ่มไปเที่ยวกันเอง ดังนั้นเด็กจะต้องรู้จักวิธีการเอาตัวรอดให้มากขึ้น เช่น ตะโกน โยน ยื่น รวมถึงให้พกขวดน้ำดื่มพลาสติกหรือขวดน้ำอัดลมพลาสติกขนาดใหญ่ที่มีการใช้งานแล้ว ซึ่งให้เติมน้ำลงไปเต็มขวดและหาเชือกยาวมัดไว้ปลายขวด หรือผูกกับแขนหรือลำตัว เพื่อที่จะเป็นอุปกรณ์ในการพยุงตัวไม่ให้เราจมน้ำได้.