เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (มทร.ตะวันออก) วิทยาเขตอุเทนถวาย ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งย่านปทุมวัน ว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้น จุฬาฯ ได้ทำเรื่องการขอพื้นที่จากอุเทนถวาย ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่มีคำสั่งให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ย้ายออกจากพื้นที่ของจุฬาฯ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2565 โดยจะต้องดำเนินการภายใน 60 วันหลังมีคำสั่งศาลไปถึง น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และนายกรัฐมนตรี เพื่อให้คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน โดยตนคงไม่สามารถตอบอะไรได้
ศ.ดร.วิเลิศ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้เราเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่งเป็นสถาบันการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นจุฬาฯ หรืออุเทนถวายก็ต้องเคารพกฎหมาย เพราะหากสถาบันการศึกษาไม่ได้เคารพกฎหมายแล้วจะให้คนไทยปฏิบัติได้อย่างไร ซึ่งตนเชื่อว่าทั้งจุฬาฯ และอุเทนถวายทุกคนมีวิจารณญาณมีเหตุมีผล และขอให้ทุกฝ่ายใช้เหตุผลความถูกต้องเป็นตัวตั้งจะทำให้เกิดข้อปฏิบัติร่วมกันได้ ทั้งนี้ที่ผ่านมาจุฬาฯ พยายามแก้ปัญหาอย่างดีที่สุดภายใต้เงื่อนไขที่ปฏิบัติได้ ดังนั้นใครจะไม่ทำตามกฎหมายเป็นอีกเรื่องที่ควบคุมไม่ได้เลย ส่วนจะมีการแจ้งความกับนักศึกษาผู้ก่อเหตุความรุนแรงจนสร้างผลกระทบหรือไม่นั้น ตนคิดว่าเหตุเกิดตรงจุดไหนและใครได้รับความเดือดร้อนก็ต้องเป็นศูนย์การค้าที่เข้าแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งจุฬาฯ ไม่ขอก้าวก่าย
“การบริหารองค์กรใดองค์กรหนึ่งต้องเป็นหน้าที่ของผู้บริหารของหน่วยงานนั้นว่าจะย้ายไปเมื่อไหร่ เตรียมพร้อมอย่างไร เชื่อว่าผู้บริหารสูงสุดจะต้องเตรียมความพร้อมหน่วยงานตัวเองว่าจะขยายอย่างไร จะเปลี่ยนอย่างไร และที่สำคัญคงไม่สามารถที่จะไปบังคับหรือดำเนินการอะไรได้ เป็นสิทธิเสรีภาพและการบริหารองค์กรโดยตรง เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ดังนั้นเมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาตัดสินแล้วก็ต้องทำตามนั้น เพราะที่ผ่านมาจุฬาฯ พยายามเร่งถึงที่สุดแล้วภายใต้กฎหมาย และจุฬาฯ เคารพกฎหมายเคารพคำตัดสินของศาล ดังนั้นปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นจะคลี่คลายได้และไม่ล่าช้าคือ ผู้เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น” อธิการบดีจุฬาฯ กล่าว



