เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตข้าวของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้น จนแทบไม่เหลือใช้จ่ายในครอบครัว แม้ว่าเกษตรกรจะเลือกที่จะผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวขายให้พ่อค้าซึ่งได้ราคาที่สูงกว่าราคาข้าวทั่วไปก็ตาม แต่ต้นทุนการผลิตก็สูงเช่นเดียวกัน
นายนพพร ดีอ่วม ชาวนาตำบลนางลือ อ.เมือง จ.ชัยนาท กล่าวว่า ตนทำนา 38 ไร่ พันธุ์ กข.41 โดยเลือกผลิตเป็นข้าวพันธุ์ เก็บเกี่ยวแล้วคาดว่าราคาจะอยู่ที่ประมาณ 8,500 – 9,000 บาท/ตัน ซึ่งเป็นราคาที่พออยู่ได้ แต่ต้องพยายามลดต้นทุนโดยทำเองให้มากที่สุด ทั้งนี้เฉลี่ยต้นทุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว อยู่ไร่ละประมาณ 6,000 บาท เก็บเกี่ยวได้เฉลี่ย 80 ถังต่อไร่ หรือประมาณ 34 ตัน สำหรับราคาข้าวยืนพื้นอยู่เท่านี้ แต่ต้นทุนมาเพิ่มสูงช่วงนี้ เนื่องจากราคาปุ๋ย ยา และน้ำมันแพงขึ้น ส่งผลกระทบทันที ก่อนหน้านี้ต้นทุนต่อไร่อยู่ที่ 4,000 บาท เมื่อหักลบกลบหนี้จ่ายค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าน้ำมัน ค่ารถเกี่ยว อะไรต่างๆแล้ว เหลือน้อยลง ต้องเก็บไว้ทำทุนเพื่อทำนาคราวต่อไป เงินที่จะนำไปใช้จ่ายจึงไม่มี
สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาล คือ อยากให้ช่วยเหลือมาทางสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. โดยอยากให้ช่วยเหลือเรื่องปรับลดราคาน้ำมันและปุ๋ย ซึ่งอาจกำหนดให้สมาชิกสหกรณ์การเกษตร ซื้อน้ำมันและปุ๋ยได้ในราคาถูกเพื่อลดต้นทุนการผลิต สำหรับนโยบายของรัฐบาลตนอยากเสนอให้ไปเจรจาค้าข้าวกับประเทศที่เขาไม่มีข้าว เช่น ตะวันออกกลางเขาผลิตน้ำมัน รัฐบาลจึงควรไปผูกสัมพันธ์ ซึ่งมีความน่าจะเป็นเรื่องการลดต้นการผลิตร่วมกันได้ เป็นต้น



