เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 มี.ค. ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ยื่นหนังสือต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา เรื่องขอให้ตรวจสอบจริยธรรมนายอลงกต วรกี สว. กรณีที่แต่งตั้ง น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ หรือ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ที่มีนายอลงกต เป็นประธาน ซึ่ง กมธ.ชุดดังกล่าว ควรจะคัดสรรบุคคลที่ไม่มีลักษณะต้องห้าม หรือเป็นที่ครหาต่อสังคม ที่แม้เจ้าตัวจะการประกาศไม่รับตำแหน่ง และนายอลงกต ชี้แจงว่ายังไม่มีการแต่งตั้งก็ตาม แต่ตนมีพยานเป็นเอกสารที่อยากให้ประธานตรวจสอบ โดยเป็นบุคคลอ้างตนว่าเป็นหนึ่งในทีมงานของ กมธ.ดังกล่าว โดยมีการจ่ายเงินให้แหล่งข่าว 5 หมื่นบาท คราวหลังมีการทวงคืนโดยระบุว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินค่า สว. โดยแหล่งข่าวระบุกับตนว่าอาจจะเป็นการทุจริตหรือไม่ ซึ่งคำถามนี้ถือว่าขัดต่อจริยธรรมข้อที่ 19-20 และ 35 อย่างแน่นอน ที่ระบุว่าห้ามทำตัวหรือเปิดช่องให้คนอื่นรับผลประโยชน์
“นอกจากนี้ผมยังได้ข้อมูลจาก สว.บางส่วนว่ามีการซื้อขายตำแหน่งกำหนดราคาอยู่ที่ 1-3 แสนบาท ไม่รู้จริงเท็จหรือไม่อย่างไร และยังมี สว.บางคนแต่งตั้งที่ปรึกษา 100 คน ซึ่งผมไม่สงสัยเพราะได้ทำการคัดรายชื่อที่ปรึกษาทั้งหมดไว้แล้ว จะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นไอ้โม่งแต่งตั้งที่ปรึกษามากมายขนาดนี้” นายภัทรพงศ์ กล่าว
นายภัทรพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องกรณีที่ดีเอสไอรับวินิจฉัย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม รับไว้พิจารณาแต่ไม่ทำการให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่เป็นประโยชน์ เพราะคนที่ไปยื่นคือคนที่กำลังออกหมายจับ ตนคาดว่าน่าจะก่อนวันสงกรานต์ด้วยซ้ำ ซึ่งศาลฎีกาที่ 7623/61 ลงวันที่ 5 พ.ค. 2561 ระบุว่าการจะรับหรือไม่รับเป็นคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งตั้งขึ้นภายใต้กรอบของกฎหมายย่อมมีอำนาจเต็มในการจะพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับ ดังนั้น การที่ดีเอสไอจะรับหรือไม่เป็นสิทธิของเขา ไม่ใช่กระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีอำนาจฟ้อง แต่พวกตน และสว.สำรอง ก็ไม่ได้หนักใจว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับหรือไม่
“ผมจึงขอให้ท่านประธานรัฐสภา ส่งเรื่องประธานวุฒิสภาตรวจสอบ เหตุที่ผมไม่ไปยื่นโดยตรง เพราะไม่มีความเชื่อมั่นต่อประธานวุฒิสภาคนนี้” นายภัทรพงศ์ กล่าว
ด้านนายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้มารับหนังสือดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องฝ่ายวุฒิสภา ก็จะทำการตรวจสอบและส่งต่อไปยังประธานวุฒิสภาให้ดำเนินการ เพื่อทำการตรวจสอบในเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมเพราะมีเรื่องผลประโยชน์ด้วย จึงจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างเข้มงวด.



