เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีหมายเลขดำที่ อ.1582/2564 ที่ น.ส.ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช นักเเสดงชื่อดังเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บุคคลนำคลิปวิดีโอที่ถูกตัดต่อเชิงอนาจารเผยแพร่ในสื่อออนไลน์อย่างแพร่หลาย โดยวันนี้ น.ส.ศรีริต้า พร้อมด้วยนายกรณ์ ณรงค์เดช สามี และน.ส.ศรันยา หวังสุขเจริญ หรือ ทนายนิด้า เดินทางมาศาล
น.ส.ศรีริต้า กล่าวว่า วันนี้ได้มาเบิกความที่ศาล หลังได้ฟ้องร้องเป็นคดีอาญากับบุคคลที่ตัดต่อเผยแพร่และจงใจบอกว่าคลิปอนาจารเป็นตนเอง ซึ่งตนขอยืนยันว่า คนในคลิปไม่ใช่ตนเอง แต่มีคนนำรูปของตนในอินสตาแกรม ไปตัดต่อกับคลิปที่เป็นการร่วมเพศของฝรั่ง เพื่อให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นตน ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ลดทอนคุณค่าและศักดิ์ศรี ซึ่งตนเองนั้นทำงานในวงการมา 26 ปี และตนมั่นใจว่าทำแต่สิ่งดี ๆ ทำงานที่สุจริตและตั้งใจ รักในอาชีพ ดังนั้น เหตุการณ์นี้จึงเป็นเหตุการณ์ที่น่าเกลียด ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง อับอายอย่างมาก และจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
น.ส.ศรันยา หรือ ทนายนิด้า กล่าวว่า ในวันนี้เราดำเนินการฟ้อง 4 ฐานความผิดคือ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา, ทำให้ได้รับความอับอาย, ทำให้แพร่หลายซึ่งสิ่งลามก, เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลที่ผู้นำเข้าอันลักษณะลามก ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และประมวลกฎหมายอาญา เป็นการกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ซึ่งเราฟ้องทุกข้อหา แล้วแต่ทางศาลจะพิจารณา ซึ่งโทษสูงสุดที่ฟ้องไป คือจำคุก 7 ปี ปรับ 2 แสนบาท พร้อมทั้งยังเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินอีกจำนวน 1 ล้านบาท ถึงแม้ว่าเงินจะไม่สามารถเยียวยาความเสียหายได้ก็ตาม แต่เราต้องเรียกค่าเสียหายเพื่อให้จำเลยรู้สึกสำนึกถึงการกระทำ
ทนายนิด้า กล่าวว่า ทั้งนี้เราไม่ได้ยืนยันว่าจำเลยในคดีนี้เป็นผู้ตัดต่อ เราจะพูดในส่วนที่ยืนยันได้ว่าเขาเป็นคนเผยแพร่ ซึ่งในข้อความที่เผยแพร่นั้น มีคลิปที่คนมีเพศสัมพันธ์กัน และนำรูปของ คุณศรีริต้าขึ้นก่อน เสมือนว่าคนในคลิปคือ ใช้ชื่อจริง คุณศรีริต้า และนำรูปคุณศรีริต้าหลาย ๆ รูป เผยแพร่ให้กับบุคคลเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ถ้าเราพบเห็นว่ามีคนกระทำความผิดเช่นนี้อีก ก็จะดำเนินการฟ้องทั้งหมด ซึ่งศาลจะนัดครั้งต่อไปในวันที่ 13 ธ.ค. 64 ว่าจะประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาหรือไม่
ด้านนายกรณ์ สามี กล่าวว่า สงสารและเห็นใจภรรยามาก เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตเขาที่มาศาลกับเรื่องที่เขาไม่ได้เป็นคนทำ อย่างที่บอกว่าก่อนที่จะมาดำเนินคดีก็ได้ปรึกษากันแล้ว ว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะตลอดระยะเวลาที่เขาอยู่ในวงการบันเทิง ไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียง และเขาก็มีลูกแล้วด้วย ก็ไม่อยากให้ลูกหรือคนอื่น ๆ เข้าใจผิดว่าคนในคลิปเป็นเขา ตนก็สนับสนุนให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด กับคนที่ตัดต่อ คนที่แชร์ไปแล้ว หรือคนที่กำลังจะแชร์ในอนาคต



