จากศึก สว.ปะทะกรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ ) ที่จะสอบการเลือก สว.มีฮั้วหรือไม่ ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัย “บิ๊กอ้วน”ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะกรรมการคดีพิเศษ ( กคพ.) กระทำการอันเข้าข่ายขัดจริยธรรม ไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ เพราะแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติ  ตามที่ สว.เข้าชื่อร้อง

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สู้กลับ บอกว่า  เมื่อกระบวนการที่ส่งไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่ชอบ ศาลจึงมีมติ 8 ต่อ 0 รับคำร้อง ถ้าไม่รับไม่ได้ เราต้องเคารพในศาลรัฐธรรมนูญ แต่เรามั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ และทำตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแรกที่ทำให้คณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.)ถูกฟ้อง  วันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมาตนเพิ่งได้รับหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญ พบว่าผู้เซ็นคำร้องเป็นประธานวุฒิสภา ซึ่งเป็นหนึ่งในรายชื่ออยู่ในโพยฮั้ว โดยปกติการฟ้องร้องคดีหากเป็นผู้ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนควรจะให้ผู้อื่นเซ็น 

 “ฝ่ายกฎหมายได้ทำหนังสือขอรายชื่อ สว.ที่เป็นผู้ร้องทั้งหมด เพราะในคำร้องมีแต่ลายเซ็น ไม่มีชื่อ เพื่อนำไปตรวจสอบว่า สว.ทั้ง 92 คน เป็นคนที่อยู่ในโพยฮั้วเลือก สว. หรือไม่  คำร้องของ สว.มีหลายประเด็นคลาดเคลื่อน แต่ถ้าจะบอกพูดเท็จก็แรงไป เช่น อ้างว่าผมเคยอยู่พรรคเพื่อไทยมาก่อน เหมือนพยายามจับโยงเพื่อทำให้เข้าใจคาดเคลื่อน การกล่าวหาว่าเป็นการใช้อำนาจแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติน่าจะเข้าใจผิด

คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ได้ทำหนังสือถึงดีเอสไอให้เข้าไปช่วยเหลือในคดีฮั้วเลือก สว. ดีเอสไอจึงสอบ ในคำร้องหลายประเด็นกลับไปวินิจฉัยแทนศาลรัฐธรรมนูญในหลายเรื่อง ดังนั้นจึงอยากเห็นข้อเท็จจริงก่อนทำคำชี้แจง ผมเคารพศาล จะทำคำชี้แจงข้อเท็จจริงให้ศาลวินิจฉัย”พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ผู้สื่อข่าวยังถามถึงเรื่องเวชระเบียน “อดีตนายกฯ แม้ว” นายทักษิณ ชินวัตร เพื่อใช้พิจารณาคดีป่วยทิพย์   ซึ่ง “นายกฯอิ๊งค์”แพทองธาร ชินวัตร ระบุว่าพร้อมเปิดเผยเวชระเบียนของพ่อ ซึ่ง รมว.ยุติธรรมย้อนถามสื่อกลับว่า จะให้เปิดเพื่อใคร แพทยสภาก็เอาไปแล้ว องค์กรที่ต้องตรวจสอบคือ ป.ป.ช.  และแพทยสภา  ฝ่ายค้านไม่มีหน้าที่ไปชี้ถูกชี้ผิดใคร ซึ่งในรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ป.ป.ช. และแพทยสภาเป็นคนชี้มูลในเรื่องนี้  ตนไม่มีหน้าที่และอำนาจต้องไปเปิดเวชระเบียน  ถ้าแพทยสภาลงมติอย่างไรก็ไปถาม ป.ป.ช.  ส่วนตัวไม่กังวล เพราะทำตามกฎหมาย หน้าที่และอำนาจ

ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี ประธานอนุกรรมการสอบสวนเฉพาะกิจ แพทยสภา กรณีการรับตัวนายทักษิณ ชินวัตร พักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า การตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานการตรวจสอบส่งเข้าที่ประชุมกรรมการแพทยสภาในวันที่ 10 เม.ย.  ซึ่งแพทยสภาตรวจสอบเรื่องมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม และจริยธรรม  คิดว่าเอกสารที่ได้มานั้นเพียงพอที่จะนำมาพิจารณา

         สำหรับกรณี นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร  สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ยื่นกรมสรรพากรให้ตรวจสอบกรณี ใช้ตั๋วPN( ตั๋วสัญญาใช้เงิน) ในการซื้อหุ้น หรือทรัพย์สินอื่นใดของนายกฯอิ๊งค์ ว่า เข้าข่ายเลี่ยงภาษีหรือไม่ เนื่องจากขายหุ้นโดยไม่ระบุเวลาจ่ายเงิน  นายกฯอิ๊งค์ตอบสื่อเรื่องนี้ว่า  “ก็ให้เขาไปยื่น ทราบอยู่แล้วว่าต้องไปยื่น ก็ยื่น ไม่เป็นอะไร ชี้แจงในสภาแล้ว ว่าทำทุกอย่างถูกต้องอยู่แล้ว  มันจะหนีภาษีได้อย่างไร ยังไม่มีการจ่ายเงินเลย ต้องจ่ายก่อนถึงจะคิดภาษีได้ และภาษีต้องเกิดจากกำไรด้วยซ้ำ  นักวิชาการก็ออกมาพูด แต่ว่า ก็นั่นแหละค่ะ“นายกฯ กล่าว

อีกเรื่องที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ ปฏิบัติการไอโอที่สอดแนมประชาชนและผู้มีบทบาททางการเมือง โดย “สส.กู๊ดดี้”ชยพล สะท้อนดี สส.กทม.พรรค ปชน. อภิปรายทำนองว่า จะเข้าข่ายรัฐซ้อนรัฐที่ฝ่ายทหารปฏิบัติการการข่าวทางอินเทอร์เนต “บิ๊กอ้วน”ภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวว่า  “เราใช้ไอโอเพื่อดูแลเรื่องความมั่นคง   ลักษณะที่ฝ่ายค้านพูดมาไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล  จึงสั่งการทุกส่วนไปแล้วให้ตรวจดูว่าเป็นเรามีกระบวนการตามที่เขาพูดหรือไม่ ผมเชื่อมั่นว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ที่อ้างมีชื่อแกนนำรัฐบาลอยู่ในปฏิบัติการไอโอก็อย่าไปคิดเยอะ จริงหรือไม่ก็ยังไม่รู้  ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ได้ชี้แจงว่าผมโดนหลายเรื่องที่ไม่จริง ต้องมีการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น และต้องให้โอกาสฝ่ายปฏิบัติได้ทบทวน  ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ก็ได้ยืนยันว่า จะไปตรวจสอบดูแลอย่างเต็มที่ ย้ำว่า ไม่มีอะไรน่ากังวล

เมื่อถามว่าการมีชื่อแกนนำรัฐบาลในปฏิบัติการไอโอ จะสะท้อนว่าเป็นรัฐซ้อนรัฐหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ถ้าพูดหมายความว่ามันจริงแล้ว ผมกำลังบอกว่าไม่รู้ว่ามันจริงหรือไม่ และย้ำว่ามันไม่มีรัฐซ้อนรัฐ มีรัฐเดียว  ผมไม่เชื่อว่าแกนนำรัฐบาลจะตกเป็นเป้าไอโอ  พวกเราทำงานด้วยกันมาอย่างดี เราจะไม่เรียกในลักษณะที่กองทัพ หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตกเป็นจำเลย เพราะเรายังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร วิธีการทำงาน และวิธีการพูดคุย  ไม่ควรเริ่มต้นจากการสงสัยเขา แล้วมาดำเนินการ แต่ได้สั่งการไปแล้วว่าให้ตรวจสอบ ซึ่งต้องรอ และเชื่อมั่นในกำลังพลของเรา เพราะรัฐบาลไม่มีนโยบาย ผมในฐานะ รมว.กลาโหมก็ไม่มีนโยบาย”

ปิดท้ายด้วยเรื่องที่ทางการเมียนมาออกคำสั่งอภัยโทษลูกเรือประมงไทย 4 คน  “นายกฯอิ๊งค์”แพทองธาร ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานแล้วเรียบร้อย ที่จะส่งลูกเรือประมงไทยทั้ง 4 คนกลับมา เมียนมาบอกว่าเร็วที่สุด คิดว่าน่าจะเร็วๆ นี้ แต่ยังไม่บอกวันมาว่าเป็นวันที่เท่าไร ซึ่งจะสอบถามกระทรวงการต่างประเทศ ทางไทยขอปล่อยตัวตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว  ติดตามมาเรื่อยๆ เพราะต้องดูเรื่องของรูปคดีด้วย เมื่อทั้งสองฝ่ายเรียบร้อยก็เป็นข่าวดี.

ทีมข่าวการเมือง