เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 29 มี.ค. ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กรุงเทพมหานคร ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยถึงสถานการณ์และภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการในวันนี้ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหววานนี้ (28 มี.ค.) ว่า มี 2 ภารกิจเร่งด่วน คือ การกู้ภัยอาคารถล่มที่เขตจตุจักร สั่งการเดินหน้าเต็มที่ ไม่มีการยกเลิกใด ๆ ทั้งสิ้น และมีการปรับยุทธวิธีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ คือ นำเครื่องมือหนักเข้าไปนำชั้นที่ถล่มลงออกมา เพื่อเข้าไปหาคนรอดชีวิตด้านใน
“ตลอดคืนที่ผ่าน มีการใช้เครื่องมือของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในการสแกนพบสัญญาณชีพอยู่ 15 ราย ย้ำว่าเดินหน้าเต็มที่ ห้ามหยุด ห้ามช้า เพื่อช่วยชีวิตคนให้ได้มากที่สุด”
ส่วนภารกิจที่ 2 คือ อาคารส่วนใหญ่ของ กทม. ที่ประชาชนอาจจะยังกังวล หน้าที่ กทม. คือ ต้องสร้างความมั่นใจว่าอาคารมีความปลอดภัย ซึ่งวันนี้จะส่งวิศวกรอาสาที่มีประมาณ 130 คน เข้าไปตรวจอาคารเหล่านี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ถ้าเป็นของอาคารภาครัฐ อาคารหน่วยงานราชการ ทางอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง จะเป็นผู้รับผิดชอบตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย
ส่วนอาคารเอกชน กทม. กับวิศวกรอาสาจะเข้าไปดูแล โดยเมื่อคืนใน Traffy fondue มีประชาชนแจ้งเรื่องรอยแตกร้าว ประมาณ 2,000 ราย มีหน่วยวิศวกรนั่งตรวจสอบ พบมีอาคารประมาณ 700 แห่ง ที่ต้องลงไปดูละเอียดในวันนี้ เขตที่แจ้งเข้ามามากที่สุดจะเป็นแถวในชั้นใน เนื่องจากมีตึกสูง ส่วนเขตรอบนอกแทบไม่มีเลย คาดว่าสถานการณ์น่าจะค่อย ๆ คลี่คลายลง
สำหรับประชาชนที่ยังมีความกังวลกับการทำงานในตึกสูงวันจันทร์นี้ ต้องเร่งตรวจสอบให้มั่นใจว่าปลอดภัยแล้วค่อยเปิด ซึ่ง 2 วันนี้เป็นช่วงเวลาที่จะต้องเร่งดำเนินการ จากนี้จะออกคำสั่งให้อาคารสูงขนาดใหญ่ ซึ่งต้องมีผู้ตรวจสอบอาคารออกมาตรวจสอบอาคารอีกครั้ง แต่เชื่อว่าทุกคนต้องเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก
“2 วันนี้จะมีการระดมกําลังลงไปตรวจสอบให้มากที่สุด โดยวิศวกรอาสาประมาณ 100 คน กับเคสที่มีการคัดกรองกว่า 700 เคสอาคาร ก็จะเดินหน้าตรวจโดยจัดลำดับความสำคัญ”
นอกจากนี้ ย้ำถึงการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนตามหลักวิทยาศาสตร์และให้ตั้งสติ เพราะภาพตึกที่พังถล่มเป็นเพียงตึกเดียว และเป็นตึกที่มีการก่อสร้างซึ่งมีหลายปัจจัยให้มีการถล่ม แต่ในข่าวร้ายก็ยังมีข่าวดี เพราะอาคารทั้งหมดไม่มีการพังทลาย และกฎหมายควบคุมอาคารมีการกําหนดให้ออกแบบรับแผ่นดินไหวอยู่แล้ว
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องการจราจรขณะนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ย่านดินแดงทั้งขาเข้า-ขาออก ซึ่งเป็นการจัดการของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ต้องไปคุยกับทางผู้รับเหมาของอาคาร ต้องขอเร่งรัดผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะ กทม. จัดการเองไม่ได้ ส่วนเรื่องรถไฟฟ้าใต้ดิน BTS เปิดให้บริการตามปกติเรียบร้อยแล้ว การจราจรน่าจะบรรเทาลงไปได้
ส่วนสวนสาธารณะที่เปิดให้เข้าใช้ได้ตลอดเมื่อคืน มีผู้ใช้บริการประมาณ 700 คน ซึ่งเป็นผู้ที่กังวลจากเหตุการณ์ต่าง ๆ โดย กทม. และภาคเอกชนได้ร่วมจัดน้ำและอาหารแจก ถือเป็นจุดแข็งของคนไทยเมื่อเกิดวิกฤติเราจะช่วยเหลือกัน ซึ่งวันนี้ยังเปิดสวนต่อตลอด 24 ชม. เพื่อให้คนที่ยังไม่สบายใจมาใช้บริการได้ และ 2 วันนี้ จะจัดให้มีดนตรีในสวนเพิ่มเติม ให้ประชาชนที่อยากอยู่ในที่โล่ง มีความสบายใจและผ่อนคลายจิตใจมากยิ่งขึ้น
“ต้องบอกว่าสถานการณ์ทั่วไปเริ่มคลี่คลายขึ้นแล้ว เป็นหน้าที่ของเราพยายามนำความเชื่อมั่นกลับมา ต้องยืนยันว่าเมื่อวานแผ่นดินไหวรุนแรงมาก ในรอบหลาย 10 ปีที่ผ่านมา แต่ว่าอาคารที่พังทลายมีอยู่แค่ 1 อาคาร และเป็นอาคารที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ อาคารที่เหลือ 100% ไม่มีการพังทลาย ขอให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนก สถานการณ์จะค่อย ๆ คลี่คลาย อาฟเตอร์ช็อกมีจำนวนน้อยและเบาลง สภาพการจราจรเช้านี้ก็ยังดีอยู่ คนเริ่มปรับเรื่องการเดินทาง และเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ ด้วย ขณะนี้จุดกังวลอย่างเดียวคือเร่งเปิดทางด่วน โดยพยายามประสานกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ให้เสร็จสิ้นทันวันจันทร์ที่จะถึงแน่นอน” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว





