ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกทางประกันภัยในกรณีเหตุ อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ ย่านจตุจักร ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ มีดังนี้
- ผู้เอาประกัน จากการทำประกันภัยไว้คือ กิจร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี Contractor All Risk (CAR)
- ระยะเวลาการทำประกันภัย ตั้งแต่ปี 2564-31 ส.ค. 68 ผ่าน Siam Consultant Brokerและมีผู้สำรวจภัย McLarens
- การทำประกันภัยการก่อสร้าง 100% วงเงินรวม 2,241 ล้านบาท ซึ่งเป็นการทำประกันภัยร่วม กับ 4 บริษัทประกันวินาศภัยขนาดใหญ่ของไทย ได้แก่
- บมจ. ทิพยประกันภัย สัดส่วน 40%
- บมจ. กรุงเทพประกันภัย 25%
- บมจ.อินทรประกันภัย 25%
- บมจ.วิริยะประกันภัย 10%
- ความคุ้มครองการทำประกันภัยจะคุ้มครองตามมูลค่าการก่อสร้างที่เกิดขึ้นจริงจากการดำเนินงานเช่นหากตัวอาคารสร้างเสร็จแล้ว 30% ก็จะได้รับความคุ้มครองเป็นตัว 30% ไม่ใช่คุ้มครองความเสียหายทั้งหมด 2,000 กว่าล้านบาท
ต่อมา เดลินิวส์ได้มีการสัมภาษณ์ นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และในฐานะนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวถึงกรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ พังถล่มว่า ขณะนี้ ทิพยประกันภัย มีความพร้อมจะดูแลให้ความคุ้มครองตามเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ โดยทางบริษัทประกันภัยได้มีการบริหารความเสี่ยง ด้วยการทำประกันภัยต่อไปยังต่างประเทศ รวมถึงมีการทำประกันมหันตภัย ซึ่งครอบคลุมเหตุแผ่นดินไหวไว้ครอบคลุมแล้ว และที่สำคัญบริษัทประกันมีความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยดำรงเงินกองทุนสูงกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้
ทั้งนี้ ล่าสุด ทิพยประกันภัย ได้มีการร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ สำนักงาน คปภ. ลงพื้นที่สำรวจดูแลความช่วยเหลือไปแล้ว และจากนี้ก็จะมีการร่วมกับทีมวิศวกรเข้าไปสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม ซึ่งกระบวนการตรวจสอบความคุ้มครองทางประกันน่าจะใช้เวลาไม่นานเกิน 1 สัปดาห์ จะเสร็จสิ้น เนื่องจากตัวอาคารมีการพังถล่มลงมาทั้งหมด ซึ่งตามเงื่อนไขบริษัทประกันจะให้ความคุ้มครองตามมูลค่า ที่มีการก่อสร้างไปแล้วจริง ส่วนความชัดเจน ทางสมาคมประกันวินาศภัย จะมีการร่วมกับ สำนักงาน คปภ. เพื่อชี้แจงความคุ้มครองด้านประกันภัยจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ ในวันที่ 30 มีนาคม นี้ เวลา 10.00 น.



