เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่กลายเป็นไวรัลอย่างมากอยู่ในขณะนี้ เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 68 แฟนเพจ “โบราณนานมา” ได้ออกมาโพสต์ข้อมูลที่ได้รับจาก “รองศาสตราจารย์ อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ” ซึ่งเป็นรองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โดยพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่นำเสนอเรื่องราวของแผ่นดินไหวในประเทศไทย สมัยรัชกาลที่ 7 หรือ 95 ปีก่อน ได้เกิดรอยเลื่อนสะกาย ซึ่งเป็นรอยเลื่อนเดียวกับที่เป็นสาเหตุของแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ผ่านมา แม้เหตุเกิดในเวลากลางคืน ในหลวงรัชกาลที่ 7 ก็ได้ทรงบัญชาการโดยฉับพลัน ให้ใช้วิทยุกระจายเสียงในการรายงานสถานการณ์ ตลอดจนให้สถานีโทรเลขทั่วพระราชอาณาจักรรวบรวมข้อมูลจากหัวเมืองต่างๆ และรายงานเข้ามายังพระนครโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จึงทำให้พระองค์ได้พระสมัญญาว่า เป็น “พระบิดาแห่งกิจการวิทยุกระจายเสียงไทย”
โดย เพจโบราณนานมา ระบุข้อความว่า “95 ปีก่อนในรัชสมัยรัชกาลที่ 7 ประเทศไทยเคยเกิดแผ่นดินไหว จากรอยเลื่อนสะกาย เพจโบราณนานมาได้รับข้อมูลจาก “รองศาสตราจารย์ อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ” รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โดยพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่นำเสนอเรื่องราวแผ่นดินไหวในประเทศไทย สมัยรัชกาลที่ 7 ถ้าหากย้อนไปเมื่อ 95 ปีก่อน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2473 ซึ่งเป็นปีที่ 4 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาดราว 7.4 ริกเตอร์”
นอกจากนี้ มีศูนย์กลางบริเวณเมืองย่างกุ้งและเมืองพะโค (หงสาวดี) ประเทศพม่า ซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ เหตุดังกล่าวเป็นผลมาจากเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนสะกาย (Sagaing Fault – สกายฟอล) ซึ่งเป็นรอยเลื่อนเดียวกับที่เป็นสาเหตุของแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมาเพียงแต่จุดศูนย์กลางอยู่ทางทิศใต้ลงมา และใกล้กับประเทศไทยมากกว่า
อีกทั้ง ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่ “พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” เสด็จพระราชดำเนินเยือนอินโดจีนฝรั่งเศส ปัจจุบันคือเวียดนาม ลาว และกัมพูชา ระหว่างวันที่ 11 เมษายน-8 พฤษภาคม 2473 โดยระหว่างที่ไม่ประทับในพระนคร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เป็นผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร โดยในวันที่เกิดแผ่นดินไหวนั้น เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีหมายกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินประพาสนครวัด-นครธมพอดี
อีกทั้ง จากจดหมายเหตุพระราชกิจรายวันในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว บันทึกถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวในกรุงเทพไว้ว่า “วันนี้ที่ 5 พฤษภาคม เวลา 20.50 น. ที่กรุงเทพฯ บังเกิดแผ่นดินไหวขึ้นจนถึงนาฬิกาซึ่งมีลูกตุ้มหยุด สั่นสะเทือนอยู่ราว 13 วินาที จึงสงบ ได้ทราบว่าในพระราชอาณาจักรได้กระเทือนไปตลอดถึงเชียงใหม่และลำปาง แต่ที่สิงคโปร์และปีนังไม่รู้สึกกระเทือนเลย ที่กรุงเทพฯ เสียหายเพียงเล็กน้อย และไม่มีผู้คนต้องอันตรายเลย แต่ที่ร่างกุ้งบังเกิดเสียหาย ตึกพังทะลายทับคนตายหลายหลัง เจดีย์ชเวตากงยอดหักสะบั้นลงมาถึงคอระฆัง” แต่ในเวลานั้น สิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในประเทศไทย ได้แก่พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ส่วนในพระนคร สิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดก็คือพระบรมบรรพต หรือภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ก็ไม่ปรากฏรายงานว่าสิ่งก่อสร้างต่างๆ ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

อีกทั้ง จากรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์บางกอกไทมส์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันภาคภาษาอังกฤษในกรุงเทพฯ ปรากฏหลักฐานในหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2473 หนึ่งวันหลังเกิดเหตุ โดยรวบรวมรายละเอียด จากทั้งทางราชการและรายงานจากท้องถิ่นต่างๆ ทำให้ทราบถึงความรุนแรงของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น รวมถึงผลกระทบ ความเสียหาย การตอบสนองของผู้คนในสถานที่ต่างๆ ตลอดจนการตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างฉับพลันของทางราชการ
อย่างไรก็ตาม พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ซึ่งรักษาราชการในพระนครขณะที่ในหลวงรัชกาลที่ 7 เสด็จประพาสต่างประเทศอยู่นั้น แม้เหตุจะเกิดในช่วงเวลาค่ำคืน ก็ได้ทรงบัญชาการโดยฉับพลันให้ใช้วิทยุกระจายเสียงในการรายงานสถานการณ์ ตลอดจนให้สถานีโทรเลขทั่วพระราชอาณาจักรรวบรวมข้อมูลจากหัวเมืองต่างๆ และรายงานเข้ามายังพระนครโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย ทำให้พระองค์ได้พระสมัญญาว่า เป็น “พระบิดาแห่งกิจการวิทยุกระจายเสียงไทย”..
ขอบคุณข้อมูล : โบราณนานมา และKing Prajadhipok Museum




