เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 69 กลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ หลังเพจ เจ๊ม้อย v+ ออกมาเผยเหตุการณ์ของลูกบ้านรายหนึ่ง ที่รู้สึกไม่ปลอดภัย หลังพนักงานรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน เดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านช่วงกลางดึก เพื่อขอใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ต
โดย นายบี (นามสมมุติ) เจ้าของบ้าน ระบุถึงเหตุการณ์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 01.55 น. ขณะตนนอนอยู่บริเวณโซฟาหน้าบ้านกับภรรยาเพียงสองคน จู่ๆ มี รปภ. รายหนึ่งเดินเข้ามาหน้าบ้าน พร้อมตะโกนเรียก “ลูกบ้านใคร มีใครอยู่ไหมครับ”

เมื่อไม่มีใครตอบ รปภ. คนดังกล่าวกลับเดินเข้ามาภายในตัวบ้าน ก่อนจะเคาะกระจกเรียก ทำให้นายบี ตกใจ คิดว่าอาจเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเรื่องเร่งด่วน จึงรีบลุกไปสอบถาม

แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำเอาเจ้าของบ้านอึ้ง เมื่อ รปภ. แจ้งว่า “เน็ตที่ป้อมมาไม่ถึง ขอใช้ไวไฟได้ไหม” ซึ่งทางเจ้าของบ้านยอมรับว่าไม่ได้หวงอินเทอร์เน็ต แต่รู้สึกไม่สบายใจที่จะให้รหัสผ่าน เนื่องจากเชื่อมโยงกับข้อมูลส่วนตัวหลายอย่าง จึงตอบปฏิเสธไปว่าไม่มีไวไฟ
อย่างไรก็ตาม รปภ. ยังถามต่อว่าพอจะแชร์อินเทอร์เน็ตจากมือถือให้ได้หรือไม่ ทำให้เจ้าของบ้านเริ่มกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงรีบพาเดินออกมานอกบ้านและแจ้งว่าไม่สะดวก

หลังเกิดเหตุ เจ้าของบ้านได้แจ้งไปยังนิติบุคคลของหมู่บ้าน ซึ่งทางนิติฯ รีบเข้าตรวจสอบทันที ขณะที่บริษัท รปภ. ต้นสังกัด ได้แจ้งเบื้องต้นว่า สั่งให้พนักงานคนดังกล่าวหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว และจะเข้ามาพูดคุยกับลูกบ้านเพิ่มเติมในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน
ทั้งนี้ นายบี ยืนยันว่าไม่ได้ติดใจเอาความ เพียงแค่รู้สึกไม่สบายใจและเป็นห่วงความปลอดภัยของตนเองกับภรรยา เพราะมองว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในยามวิกาล พร้อมเตรียมเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างตั้งคำถามว่า การที่ รปภ. เดินเข้ามาภายในบ้านลูกบ้านกลางดึกเพื่อขอใช้ไวไฟนั้น ถือเป็นเรื่องปกติหรือเหมาะสมหรือไม่ โดยหลายคนมองว่า แม้จะไม่มีเจตนาร้าย แต่พฤติกรรมดังกล่าวอาจสร้างความหวาดระแวงและกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยได้ไม่น้อย.
ขอบคุณข้อมูล : เจ๊ม้อย v+



