เมื่อวันที่ 1 เม.ย. กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 133 ปี โดยมีพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ ตลอดจนครูอาวุโส ผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากร ศธ. ร่วมประกอบพิธีบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ที่ล่วงลับไปแล้ว พร้อมทั้งทำพิธีตักบาตรพระสงฆ์และสามเณรจำนวน 134 รูป ณ บริเวณสนามหน้ากระทรวงศึกษาธิการ
โดย พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 133 ปี วันที่ 1 เม.ย. นี้ นับเป็นวันสำคัญที่ทุกคนได้ร่วมระลึกถึงคุณค่าของการศึกษา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคนและประเทศชาติ ให้เกิดการเติบโต เจริญก้าวหน้าในทุกด้าน ด้วยการพัฒนาความรู้และความสามารถของประชาชน ซึ่งหลักการสำคัญในการจัดการศึกษาตามนโยบายเรียนดี มีความสุข คือ จัดการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต ทั้งนี้ รัฐบาลได้วางกรอบการพัฒนาการศึกษาทุกระดับ เริ่มตั้งแต่ระดับปฐมวัยให้มีคุณภาพมาตรฐาน มีการส่งเสริมทักษะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เน้นการพัฒนาความคิดวิเคราะห์และเหตุผล พร้อมทั้งนำใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อสนับสนุนการศึกษา และการฝึกอบรมทักษะที่ใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชน
รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้บุคลากรของ ศธ. ทุกคน ได้ช่วยผลักดันนโยบายการศึกษาร่วมกัน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศให้สามารถแข่งขันในระดับสากล สำหรับการติดตามเด็กนอกระบบการศึกษา ที่มีสัญชาติไทย 767,304 คน จากความร่วมมือร่วมใจของชาว ศธ. สามารถติดตามได้แล้วกว่า 97% ผ่านโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อง” มีการนำนวัตกรรมโรงเรียนมือถือ (Mobile School) เชื่อมโยงการเรียนรู้กับชุมชน ผู้ประกอบการ ภาคเอกชน สามารถเก็บหน่วยกิต ส่งเสริมการมีรายได้ระหว่างเรียน ให้โอกาสเด็กนอกระบบในการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในทุกภูมิภาค จึงย้ำว่าเด็กไทยทุกคนต้องได้รับการศึกษาภาคบังคับ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ทไกภาคส่วนต้องร่วมมือกันด้วยการ “ป้องกัน แก้ไข ส่งต่อ ติดตามดูแล” เมื่อเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้ว ต้องไม่หลุดจากระบบอีก ทั้งนี้ในปีต่อ ๆ ไป การติดตามเด็กนอกระบบการศึกษาจะรับผิดชอบโดยฝ่ายปกครองในหน่วยงานกระทรวงมหาดไทย เพื่อลดภาระให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทำหน้าที่หลักในการสอนเพียงอย่างเดียว
“การศึกษาไทยเดินทางมายาวนานถึง 133 ปี และยังคงต้องก้าวต่อไป พร้อมเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับการศึกษาไทย เพื่อสร้างคนไทยที่มีความรู้และมีคุณภาพ การร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาการศึกษาไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง ศธ.จะเดินหน้าพัฒนาการศึกษา ร่วมใจในการปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ เพื่อสร้างคุณภาพ สร้างอนาคต สร้างสิ่งที่ดีให้กับคนไทยทุกคนและประเทศชาติ สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว



