เมื่อวันที่ 1 เม.ย. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา และส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของประเทศไทย และกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา จึงได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินการตรวจสอบทุกโครงการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ทั้ง 14 สัญญา ระยะทางรวม 250.77 กิโลเมตร (กม.) ที่ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลยุคที่แล้ว เพื่อสำรวจถึงผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้ให้ รฟท. ดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานของวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างของผู้รับเหมาทั้งระบบ โดยเฉพาะสัญญาที่ 3-1 ช่วงแก่งคอย-กลางดง และปางอโศก-บันไดม้า ระยะทาง 30.21 กม. วงเงิน 9,348 ล้านบาท โดยมีผู้รับจ้างเป็น บจ. กิจการร่วมค้า ITD – CREC No.10 ซึ่งมีหลายฝ่ายกังวลว่า เป็นบริษัทร่วมค้ากลุ่มเดียวกับที่สร้างตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) 30 ชั้น ที่เกิดเหตุถล่มลงมาจากแผ่นดินไหวช่วงที่ผ่านมา

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่า รฟท. ดำเนินการตรวจสอบโครงการอย่างละเอียดในทุกขั้นตอนว่า ช่วงที่ผ่านมามีการกำหนดสเปกอย่างไร ซึ่งขณะนี้ รฟท. ได้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบ ทั้งในส่วนของวัสดุอุปกรณ์ และขั้นตอนการก่อสร้าง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า มีความปลอดภัย พร้อมทั้งต้องมีความโปร่งใส เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล อย่างไรก็ตามคาดว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จภายใน 2 วันนี้ อีกทั้งได้สั่งการให้ รฟท. แจ้งไปยังผู้ควบคุมงานให้ออกตรวจหน้างานอย่างสม่ำเสมอ หากพบสิ่งผิดปกติต้องแจ้งให้ผู้รับจ้างดำเนินการแก้ไขทันที หากไม่แก้ไขจะรายงานให้ รฟท. ออกคำสั่งหยุดงานทันที.