นายบัญชา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ. ไทยเทพรส ผู้ผลิตเครื่องปรุงรส ภูเขาทอง ศรีราชาพานิช เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทได้แตกไลน์เปิดตัวสินค้าใหม่รวดเดียว 16 ชนิด ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป แม้ปัจจุบันซอสฝาเขียวจะยังคงครองแชมป์ยอดขายอันดับ 1 แต่บริษัทต้องการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ที่เคยผูกติดกับกลุ่มแม่บ้านวัย 40 ปีขึ้นไป ให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 20-30 ปีมากขึ้น โดยใช้วิธีการเปิดตัวสินค้าแบบยกชุดเพื่อสร้างอิมแพ็คต่อตลาด

บุกตลาดแมคโคร-ท็อปส์ ด้วยรสชาติอินเตอร์

สำหรับไฮไลต์สำคัญคือการแตกไลน์ซอสศรีราชาพานิชสู่รสชาติสไตล์เอเชีย ได้แก่ รสยากินิกุ, หมาล่า และโคชูจัง โดยจะเริ่มวางจำหน่าย 3 รสชาติแรกที่ห้างแมคโครในเดือนตุลาคมนี้ ก่อนจะกระจายสินค้าเข้าสู่ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ตในช่วงปลายปีถึงต้นปีหน้า โดยวางระดับราคาเริ่มต้นที่ 45 บาท สำหรับกลุ่มสินค้า Ready-to-cook ของภูเขาทอง และประมาณ 75-79 บาทสำหรับกลุ่มซอสศรีราชาใหม่

รับมือต้นทุนพุ่งด้วย”โซล่าเซลล์-บริหารภายใน”

ในด้านการจัดการธุรกิจ บริษัทเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นถึง 25-30% รวมถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันและสถานการณ์สงครามในกัมพูชาและตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสินค้าเครื่องปรุงรสเป็นสินค้าควบคุม บริษัทจึงไม่สามารถปรับขึ้นราคาตามความต้องการได้ แต่เน้นไปที่การ “บริหารต้นทุนเชิงรุก” เช่น การติดตั้งโซล่าเซลล์เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้า และการปรับโครงสร้างการบริหารภายในให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

รักษายอดขาย 3,500 ล้าน พร้อมปักหมุดแลนด์มาร์คใหม่ 

แม้ภาพรวมตลาดเครื่องปรุงรสจะเติบโตเพียง 1% ต่อปี แต่บริษัทตั้งเป้ารักษารายได้ให้ไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3,500 ล้านบาท พร้อมทั้งเตรียมเปิดตัวโครงการตึก 4 ชั้น ย่านถนนทรงวาดในช่วงปลายปีนี้ เพื่อใช้เป็น Shop และพื้นที่สร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ รองรับทั้งกลุ่มลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

การขยับตัวครั้งนี้ของภูเขาทองไม่เพียงแต่เป็นการรักษาฐานที่มั่นในตลาดเดิม แต่คือการเดิมพันครั้งสำคัญในการนำพาแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ปี 1954 ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างเต็มตัว