เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน สำนักงาน กสทช. จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (public hearing) ต่อร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล เพื่อนำข้อมูลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีนักวิชาการ ผู้ประกอบการ เอกชน ประชาชน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

โดย นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) กล่าวถึงการที่ สำนักงาน กสทช.จะนำคลื่น 3500 MHZ ซึ่งปัจจุบันใช้รองรับการรับชมทีวีผ่านดาวเทียมระบบ C Band หรือจานดำ มาประมูลเพื่อใช้ในกิจการโทรคมนาคม ว่า ทางสมาคมฯ ไม่เห็นด้วย เพราะที่ผ่านมา กสทช.  ล้มเหลวจากการเปลี่ยนผ่านการรับชมโทรทัศน์สู่ระบบภาคพื้นดิน (DVBT) โดยการรับชมทีวีของไทยในปัจจุบันรับชมผ่านระบบจานดาวเทียม (DVBS) ถึง 70% ซึ่งในจำนวนเป็นการรับชมในระบบ C Band ที่ใช้คลื่นความถี่ย่าน 3500 MHz เป็นส่วนหนึ่งในการรับส่งสัญญาณถึง 60% กสทช.จึงควรดูแลรักษาความถี่นี้เพื่อผู้ชมทีวีส่วนใหญ่ของประเทศ

นอกจากนี้คลื่น 3500 MHz มีเหตุผลสมควรที่จะนำมาประมูลในช่วงนี้หรือไม่ เพราะจะส่งผลให้ผู้ชม และผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้รับตวามเดือดร้อน นอกจากนี้ กสทช. ไม่มีแผนที่ช้ดเจนว่า เมื่อทีวีดิจิทัลหมดอายุใบอนุญาตในปี 72 แล้ว จะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไรต่อ เราพยายามทวงถามกับ กสทช. อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน

“กสทช. ควรเร่งวางภูมิทัศน์ของระบบทีวีแห่งชาติ หลังจากสิ้นสุดอายุสัมปทานในปี 2572 รวมถึงการออกหลักเกณฑ์การประมูลครั้งต่อไปให้แล้วเสร็จ ภายในกลางปี 68 เพื่อเห็นภาพรวมในอนาคตของอุตสาหกรรม ซึ่งมีความสำคัญต่อการคงอยู่ของโทรทัศน์แห่งชาติที่ประชาชนสามารถเข้าถึงอย่างสะดวกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม หาก กสทช.จะนำคลื่นนี้มาประมูลเหมือนท่านจะตัดท่อหายใจของธุรกิจทีวีดิจิทัล เพราะปัจจุบันคนดูทีวีดิจิทัลผ่านดาวเทียมเป็นส่วนใหญ่กว่า 2 ล้านครอบครัว จำนวน 10  ล้านคน”

นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คลื่นความถี่ย่าน 3500 MHz คือท่อหายใจสุดท้ายของทีวีดิจิทัล แต่สำหรับกิจการโทรคมนาคมยังมีคลื่นเพียงพอต่อการใช้งาน  ไม่มีเหตุจำเป็นต้องเร่งประมูล ที่สำคัญผู้ประกอบการยังต้องการเวลาในการเตรียมความพร้อมอีกมากกว่า  2 ปีในการเปลี่ยนผ่าน ดังนั้น กสทช. หากมีการนำคลื่น 3500 MHz มาประมูล จะนำให้ภาคอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลเสียหายมากกว่า 100,000 ล้านบาท

ซึ่งที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ และผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ได้เคยยื่นหนังสือถึงประธาน กสทช. แต่ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน จึงต้องมาแสดงความเห็นในวันนี้  และหาก กสทช. ยืนยันที่จะนำคลื่น 3500 MHz ออกมาประมูล แล้วมีผลเสียหายต่อประชาชนในการรับชม และทำให้ผู้ประกอบการได้รับความเสียหาย ทางสมาคมฯ และผู้ประกอบการก็พร้อมที่จะเดินหน้าขอความเป็นธรรมตามกฎหมายโดยอาจจะฟ้องศาลปกครอง และฟ้องทางแพ่งต่อไป

“ทุกวันนี้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลมีความเดือดร้อนอยู่แล้ว ที่ต้องจ่ายเงินค่าประมูลมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท แต่ กสทช.ไม่สามารถทำตามเงื่อนไขให้สามารถรับผิดได้ทั่วประเทศ การแจกกล่องที่ไม่ได้ตามเป้าหมาย สภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดี และยังต้องมีการแข่งขันจากผู้ประกอบการ OTT ที่ไม่ต้องลงทุนในเครือข่าย และใบอนุญาต นอกจากนี้ ภาครัฐยังไม่สนับสนุนผู้ผลิตคอนเทนต์ของไทย แต่กลับไปสนับสนุนผู้ผลิตจากต่างประเทศให้สิทธิพิเศษต่างๆ ทั้งๆ ที่ผู้ผลิตไทยเป็นกลุ่มสำคัญที่ช่วยผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ของไทย”

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า  ขอเรียกร้องให้ กสทช. ทบทวนแผนประมูลคลื่นความถี่ย่าน 3500 MHz โดยควรรักษาคลื่นส่วนนี้ไว้สำหรับกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ตราบใดที่ยังไม่มีแผนรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบใหม่ และเสนอให้ประมูลเฉพาะคลื่นที่กำลังจะหมดอายุเท่านั้น ไม่ใช่นำคลื่นทุกย่านเข้าสู่กระบวนการประมูลโดยไร้เหตุผลและไม่ฟังเสียงประชาชน