สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ว่าการศึกษาดังกล่าว ซึ่งเผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ คอมมิวนิเคชันส์ อาจช่วยให้บริการด้านอุตุนิยมวิทยา หน่วยดับเพลิง และผู้วางแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน สามารถตอบสนองได้อย่างเร็วขึ้นและชาญฉลาดยิ่งขึ้น รวมทั้งอาจช่วยชีวิตผู้คนและระบบนิเวศได้


แม้กิจกรรมของมนุษย์จะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดไฟป่า แต่ฟ้าผ่ากลับเป็นต้นตอของไฟป่าที่รุนแรงและคาดเดาได้ยากที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งมีทรัพยากรดับไฟอยู่จำกัด ไฟเหล่านี้สามารถคุกรุ่นอยู่ใต้ดินได้นานหลายวันก่อนจะปะทุขึ้น ทำให้เป็นอันตรายอย่างมาก


ขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง เนื่องจากพายุฟ้าผ่าเกิดบ่อยขึ้น กอปรกับสภาพอากาศร้อนจัดและแห้งแล้งซึ่งเอื้อต่อการเกิดไฟป่า


โมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่นี้ ผ่านการฝึกด้านข้อมูลดาวเทียมความละเอียดสูงทั่วโลกเป็นเวลานานถึง 7 ปี จะประเมินความเสี่ยงของไฟป่าโดยวิเคราะห์ปัจจัยหลายด้าน อาทิ การเกิดฟ้าผ่า ความหนาแน่นของพืชพรรณ รูปแบบของสภาพอากาศ และลักษณะภูมิประเทศ


หนึ่งในข้อค้นพบสำคัญ ได้แก่ ไฟป่าที่เกิดจากฟ้าผ่ามีลักษณะแตกต่างจากไฟป่าที่มีต้นตอจากมนุษย์อย่างชัดเจน ซึ่งเน้นย้ำความจำเป็น กับการใช้แนวทางเฉพาะที่เหมาะสมกับไฟแต่ละประเภท


นอกจากนี้ การศึกษาเปิดเผยว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นตัวเร่งความเสี่ยง ของการเกิดไฟป่าที่เกิดจากฟ้าผ่า โดยโมเดลคาดการณ์ว่า ความเสี่ยงของไฟป่าจากฟ้าผ่านั้นกำลังเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากฟ้าผ่าและสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเกิดไฟป่ามีแนวโน้มเกิดบ่อยขึ้น

โมเดลข้างต้นใช้ประโยชน์จากคลังข้อมูลขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์ ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในการคาดการณ์ไฟป่า ช่วยเสริมสร้างความสามารถการรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก และการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : AFP