เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านพบซากกระทิงป่านอนตายและถูกแล่ชำแหละเนื้อ 2 ตัว บริเวณท้ายหมู่บ้านยุปอีปูน หมู่ 4 ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว ผู้นำหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเป็นซากกระทิงเพศผู้ทั้ง 2 ตัว อายุประมาณ 10-12 ปี ขนาดใหญ่น้ำหนักประมาณ 600 กิโลกรัม นอนตายอยู่ห่างกัน 20 เมตร โดยตัวแรกอยู่ในสภาพถูกของมีคมแล่ชำแหละเนื้อทั้งตัวเหลือแต่ส่วนหัว โครงกระดูก และส่วนข้อเท้า ส่วนอีก 1 ตัว อยู่ในสภาพครบสมบูรณ์ยังไม่ถูกชำแหละ สภาพถูกยิงตายมานานประมาณ 4 วัน มีร่องรอยรูกระสุนบริเวณลำตัวหลายแห่ง สภาพเริ่มขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็น จึงประสานเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ผ่าพิสูจน์ซากกระทิงเพื่อหาสาเหตุการตายตามขั้นตอนกฎหมาย

แนวทางการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว ได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวหาตัวผู้กระทำความผิด ใช้อาวุธปืนทำร้ายกระทิงป่า ซึ่งเป็นสัตว์คุ้มครอง สันนิษฐานว่าอาจจะมีขบวนการล่าสัตว์ป่าชำแหละเนื้อไปเป็นอาหาร ก่อนหน้านี้พื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว หลายปีที่ผ่านมา ยังไม่พบว่ามีกลุ่มล่าสัตว์ป่าจากนอกพื้นที่เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่แต่อย่างใด แต่ปัจจุบันเป็นช่วงฤดูแล้ง กระทิงป่าหลายตัวมักมีพฤติการณ์ออกนอกเขตป่าลงมาหากินพืชไร่ของชาวบ้านจนได้รับความเสียหาย อาจสบจังหวะให้คนร้ายก่อเหตุลงมือล่ากระทิง แล่เนื้อทำเป็นอาหาร โดยตำรวจได้ลงพื้นที่เพื่อหาแหล่งข่าวตามร้านอาหารทั่วไปในพื้นที่ ซึ่งเน้นร้านอาหารป่า เชื่อว่ามีลูกค้าเฉพาะบางกลุ่ม ยังนิยมบริโภคและรับประทานอาหารป่า โดยเฉพาะเนื้อกระทิง เพื่อสืบสวนหาตัวผู้อยู่ร่วมขบวนการล่ากระทิงมาดำเนินคดี ล่าสุดยังไม่พบเบาะแสใด ๆ

นายสมศักดิ์ โจษกลาง กำนันตำบลวังหมี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ขบวนการล่าสัตว์ป่า โดยเฉพาะล่ากระทิงมาแล่เนื้อขาย ไม่น่าจะมีหลงเหลือแล้ว เพราะทุกวันนี้คนไม่รับประทานเนื้อกระทิงแล้ว แต่สันนิษฐานว่าสาเหตุที่กระทิงถูกทำร้ายจนตายพร้อมกัน 2 ตัว น่าจะเกิดจากฝีมือชาวบ้าน อาจจะบันดาลโทสะ ใช้อาวุธปืนยิงกระทิง ที่ออกมากินพืชผลการเกษตรได้รับความเสียหาย จนชาวบ้านสิ้นเนื้อประดาตัว โกรธแค้นถึงขั้นใช้ความรุนแรง หลังลงมือเสร็จ ก็เลยถือโอกาสใช้มีดแล่เอาเนื้อมาเป็นอาหารเสียเลย

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า อาจเป็นผลพวงมาจากกระทิงป่า สัตว์ป่า มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น แต่พื้นที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารมีน้อยลง ทำให้กระทิงหลุดออกนอกพื้นที่มากขึ้น และมากินพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านเสียหายหนักขึ้น อยากให้หน่วยงานราชการหลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาทางแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าออกหากินนอกพื้นที่ให้เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ เพื่อช่วยเหลือความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ทุกข์ยากสาหัสมายาวนาน.



