นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายในการสนับสนุนสินค้าเกษตรกรไทย เพื่อบริหารจัดการผลไม้ไม่ให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำและสินค้าตกค้างในช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าในปี 68 นี้ จะมีปริมาณผลผลิตถึง 6.736 ล้านตัน ซึ่งรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงปัจจัยสำคัญในการกระจายผลผลิต คือ ด้านการขนส่ง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมโอกาสในการกระจายผลผลิตและสร้างมูลค่าให้กับเกษตรกรไทย จึงได้มอบหมายให้ไปรษณีย์ไทยสนับสนุนการขนส่งและกระจายสินค้าด้วยค่าบริการที่คุ้มค่าเพื่อเกษตรกรไทยทุกคน

ด้าน นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทย พร้อมสนองนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนภาคเกษตรของไทย โดยมีแผนรองรับการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร โดยเตรียมการจัดระบบเส้นทางขนส่งเป็นกรณีพิเศษสำหรับการขนส่งผลไม้ในพื้นที่ที่มีปริมาณผลผลิตจำนวนมากเพื่อร่นระยะเวลาการขนส่ง ลดขั้นตอนการเคลื่อนย้าย ซึ่งจะช่วยทำให้ผลไม้ยังคงคุณภาพความสดใหม่จากต้นทางถึงปลายทาง และยังเพิ่มความสะดวกให้เกษตรกรด้วยบริการเข้าไปรับฝากผลไม้ ณ ที่อยู่ของเกษตรกรหรือผู้ประกอบการร้านค้าผลไม้ ซึ่งในปี 67 ที่ผ่านมาพบว่าเกษตรกร ให้ความเชื่อมั่นกับบริการ อีเอ็มเอส ส่งด่วนผลไม้ มีปริมาณการส่งผลไม้ตลอดปีกว่า 28 ล้านกิโลกรัม
“บริการ อีเอ็มเอส ส่งด่วนผลไม้ มีจุดเด่นในด้านเครือข่ายที่เข้าถึงทุกพื้นที่ ระบบขนส่งที่สามารถปรับแต่งตามความต้องการของลูกค้า และการบริหารจัดการที่ช่วยรักษาคุณภาพของผลผลิตตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางทำให้ผลผลิตถึงมือผู้บริโภคภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว อีกทั้งไปรษณีย์ไทยได้จัดโปรโมชันเพื่อลดต้นทุนให้กับผู้ใช้บริการ อาทิ ค่าขนส่ง บริการ อีเอ็มเอส ส่งด่วนผลไม้ เริ่มต้น 3 กิโลกรัม 60 บาท พร้อมทั้งจัดเตรียมกล่องและตะกร้าพิเศษที่ออกแบบสำหรับขนส่งผลไม้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยีงมีแฟลตฟอร์มออนไลน์ และเว็บไซต์ ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท ที่ช่วยสนับสนุนเกษตรกรไทยเพื่อขยายช่องทางการค้าขายต่อเนื่อง เพื่อจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และฟื้นฟูขับเคลื่อนด้านการเกษตรของไทยให้จัดการกับผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ”



