เมื่อวันที่  8 พ.ย. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนเชิงสะพานกรุงธน (ซังฮี้) เขตบางพลัด พร้อมมอบถุงยังชีพและยาป้องกันน้ำกัดเท้าแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณถนนเจ้าพระยาสยาม หรือ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 66/1 (วังพระองค์เจ้าพร้อม) จำนวน 40 ครัวเรือน โดยมี ผู้บริหาร กทม. ผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เขตบางพลัด ตำรวจ สน.บางพลัด ประธานชุมชนเจ้าพระยาสยาม ร่วมลงพื้นที่

ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลจากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ รายงานน้ำขึ้นเต็มที่ บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือและสะพานพุทธวันนี้ น้ำขึ้นในระดับสูงสุดคือ 3.28 เมตร ในเวลา 09.55 น. และในช่วงเย็นเวลาประมาณ 18.56 น. ส่วนในวันพรุ่งนี้ (9 พ.ย.) น้ำก็จะขึ้นสูงอีกครั้งแต่จะน้อยว่าวันนี้ ตามการคาดการณ์ของกรมอุทกศาสตร์ คือเวลา 11.26 น. จึงสั่งระดมกระสอบทรายจากเขตใกล้เคียง และเจ้าหน้าที่เขต เจ้าหน้าที่หน่วยเบสท์ เจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ นำกระสอบทรายไปวางอุดตามแนวฟันหลอ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (9 พ.ย.)

และจากการลงพื้นที่วันนี้พบว่า จุดที่มีน้ำไหลเข้ามานั้นจะเป็น จุดที่เป็นแนวฟันหลอไม่มีคั้นกั้นน้ำหรือกระสอบทรายวางกั้นไว้ บางจุดน้ำขึ้นสูงจนล้นกระสอบทรายที่วางกั้นไว้ และบางจุดเกิดจากน้ำท่อดันขึ้นมา ดังนั้น เบื้องต้นสั่งการให้นำกระสอบทรายจากเขตใกล้เคียงมาเสริมแนวคันกั้นน้ำ ทั้งจุดที่น้ำล้นและจุดที่ฟันหลอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้อีกในวันต่อๆ ไป ส่วนจุดที่เกิดปัญหาน้ำท่อดันขึ้นมานั้น สำนักระบายน้ำได้เร่งระบายผ่านสถานีสูบน้ำต่างๆ

สำหรับบริเวณถนนทรงวาด-ราชวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์นั้น ขณะนี้น้ำแห้งหมดแล้ว แต่ตนสั่งให้นำกระสอบทราย10,000 ใบ มาอุดตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เป็นฟันหลออยู่ และในบางจุดให้เสริมแนวกระสอบทรายเข้าไปเพิ่ม ส่วนเขตบางพลัด บริเวณชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในครั้งนี้มีประมาณ 40 ครอบครัว ก็ได้มอบถุงยังชีพให้ใช้เบื้องต้นก่อน นอกจากนี้ จะนำรถสุขาเคลื่อนที่ จากสำนักสิ่งแวดล้อม รถยกจาก สน.และหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือรถของประชาขนที่จมน้ำ รถไฟฟ้าส่องสว่างพร้อมเจ้าหน้าที่เตรียมจับสัตว์มีพิษจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การจัดประกอบอาหารและอาหารกล่องจากสำนักงานเขตพื้นที่ การเตรียมหาศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ การประชาสัมพันธ์การหลีกเลี่ยงเส้นทางจราจรให้ประชาชนได้รับทราบ และเตรียมพร้อมการสำรวจความเสียหายโดยเร่งด่วนเพื่อเยียวยาตามหลักเกณฑ์ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเหตุดังกล่าว จากเดิมที่ทาง กทม.เฝ้าติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่องจะอยู่ที่ระดับ 1.90 เมตร และได้ทำการแจ้งเตือนระดับน้ำประจำวันตามปกติ แต่สถานการณ์นี้เกินกว่าการคาดการณ์ 25-40 ซม. เพราะเกิดจากลมที่ปะทะกันในบริเวณอ่าวไทยที่ดันให้ระดับน้ำสูงขึ้น ซึ่งเป็นข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ และจะเกิดขึ้นจนถึงวันที่ 13 พ.ย. นี้

จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณริมน้ำและไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ) ให้เตรียมยกของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันทรัพย์สินเสียหายในวันดังกล่าว และประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่ให้ช่วยเหลือ หรือแจ้งที่สายด่วน กทม. โทร.1555 ได้ตลอด 24 ชม. ซึ่งขอแจ้งว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือน พ.ย. ช่วงวันลอยกระทง และในเดือน ธ.ค. จะหนุนสูงสุด อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าในวันที่ 13 พ.ย. เป็นต้นไป สถานการณ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ และจะเกิดน้ำทะเลหนุนอีกรอบในวันที่ 20-26 พ.ย.นี้ โดยระดับน้ำจะอยู่ที่ 1.17 เมตร ขณะนี้ได้สั่งการเร่งด่วนให้สำนักเขต 19 เขต ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเร่งสำรวจจุดเสี่ยงในพื้นที่เพื่อดำเนินการป้องกันแก้ไขเร่งด่วนพร้อมรายงานผล และขอแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในบริเวณริมน้ำและไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ) ให้เตรียมยกของขึ้นที่สูงเพื่อพร้อมรับสถานการณ์ในวันดังกล่าวด้วย.