หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงเมื่อวันพุธ (2 เม.ย.) ว่าในการออกมาตรการ Reciprocal Tariff ของสหรัฐ โดยการออกมาตรการ Reciprocal Tariff ของสหรัฐ โดยไทยถูกกำหนดภาษีในอัตราร้อยละ 36 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เมษายน 2568
กระทรวงพาณิชยืได้ทำการเปรียบเทียบสินค้าส่งออกสำคัญไทยกับเวียดนาม ถึงโอกาสทางการแข่งขันและกำแพงภาษีใหม่ที่อาจเกิดขึ้น และกระทบต่อสินค้าส่งออกสำคัญของไทย อาทิ
• เครื่องโทรศัพท์รวมถึงสมาร์ตโฟนและเครื่องโทรศัพท์อื่น ๆ (สัดส่วนร้อยละ 12.5 ต่อการส่งออกไปสหรัฐ รวม) อย่างไรก็ตาม อัตราภาษีที่ไทยถูกจัดเก็บ ยังต่ำกว่าประเทศคู่แข่งอื่น เช่น เวียดนาม ครองส่วนแบ่งอันดับ 2 (ร้อยละ 46)
• เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ (สัดส่วนร้อยละ 11.1 ต่อการส่งออกไปสหรัฐ รวม) อย่างไรก็ตาม อัตราภาษีที่ไทยถูกจัดเก็บ ยังต่ำกว่าประเทศคู่แข่งอื่น เช่น เวียดนาม ครองส่วนแบ่งอันดับ 4 (ร้อยละ 46)
• ยางรถยนต์ (สัดส่วนร้อยละ 6.4 ต่อการส่งออกไปสหรัฐ รวม) อย่างไรก็ตาม อัตราภาษีที่ไทยถูกจัดเก็บ ยังต่ำกว่าประเทศคู่แข่งอื่น เช่น เวียดนาม ครองส่วนแบ่งอันดับ 5 (ร้อยละ 46)
• เซมิคอนดักเตอร์ (สัดส่วนร้อยละ 4.5 ต่อการส่งออกไปสหรัฐ รวม) อย่างไรก็ตาม อัตราภาษีที่ไทยถูกจัดเก็บ ยังต่ำกว่าประเทศคู่แข่งอื่น เช่น เวียดนาม ครองส่วนแบ่งอันดับ 1 (ร้อยละ 46)
• หม้อแปลงไฟฟ้า (สัดส่วนร้อยละ 3.8 ต่อการส่งออกไปสหรัฐ รวม) อย่างไรก็ตาม อัตราภาษีที่ไทยถูกจัดเก็บ ยังต่ำกว่าประเทศคู่แข่งอื่น เช่น เวียดนาม ครองส่วนแบ่งอันดับ 5 (ร้อยละ 46)



