เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานแสดงสินค้า Thailand – China Cooperation Expo 2026 โดยมี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน นายหลิว เฉวียนเหลย นายกสมาคมการค้าวิสาหกิจจีน นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมทั้งนักลงทุนและผู้ประกอบการชั้นนําของไทยและจีน เข้าร่วมงานด้วย

ด้านนายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ขึ้นเวทีกล่าวรายงานการจัดงานเป็นภาษาจีน ก่อนช่วงท้ายพูดเป็นภาษาไทยว่า ขออำนวยการให้งานนี้จงประสบผลสำเร็จและสามารถที่จะสร้างผลลัพธ์ที่จะให้ประชาชนชาวไทยมีความรู้สึกหวานชื่นเหมือนกับเพลง “เถียนมี่มี่” ที่นายกฯ ได้กรุณาให้เกียรติไปร้องที่งานเลี้ยงของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ท้ายสุดนี้ ขอยืมคำของนายกฯ “เจียโหยวไท่กั๋ว เจียโหยวจงกั๋ว เดินหน้าประเทศไทย เดินหน้าประเทศจีน และเดินหน้า Thailand – China Cooperation Expo 2026”

จากนั้นนายกฯ กล่าวปาฐกถาว่า เมื่อสักครู่ท่านอุปทูต ได้สอนภาษาไทยตน ซึ่งตนได้ถามว่า ตำแหน่งทางการคือราชทูตประจำประเทศไทยใช่หรือไม่ ซึ่งท่านอุปทูต บอกว่าต้องเรียกว่าอุปทูต ถือว่าภาษาไทยของท่านมีความแข็ง ตนก็หวังว่าจะได้เสี้ยวหนึ่งในการพูดภาษาจีน การที่ตนพูดจีนไม่คล่องทำให้ต้องร้องเพลง และสิ่งที่อุปทูตมีคำพูดกับพวกเราก็คงทำให้ความสงสัย ความกังวล ความแคลงใจใดๆ และผู้ที่กังวลว่า ตนร้องเพลงเถียนมี่มี่เหมาะสมแก่กาลเทศะที่ประเทศจีนหรือไม่ ก็คงจะผ่านพ้นไปด้วยดี
นายกฯ กล่าวว่า งานแสดงสินค้า Thailand – China Cooperation Expo 2026 ถือว่าเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญยิ่ง เพราะความสัมพันธ์ของประเทศจีนและไทย กำลังก่อตัวเพื่อให้เกิดความมั่นคง แข็งแกร่ง สำหรับไทยและจีนเรื่องการก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ยาก เพราะเรามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยาวนาน เป็นความผูกพันที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้สองประเทศมีความเข้าใจอันดีต่อกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พร้อมยกระดับความสัมพันธ์เพื่อประโยชน์ร่วมกันตลอดเวลาที่ผ่านมา เมื่อปีที่แล้ว เราได้ฉลองครบรอบ 50 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีน แต่คำว่าครบรอบ 50 ปี เป็นเพียงคำศัพท์ที่เป็นทางการ เพราะประเทศไทยและจีนมีความสัมพันธ์เป็น 1,000 ปี ความสัมพันธ์ไทยกับจีน ย้อนเวลากลับไปจนเราไม่สามารถคิดได้ว่า เริ่มขึ้นเมื่อไหร่ เราอยู่คู่กันมาอย่างยาวนาน ทุกท่านในห้องนี้ตนเชื่อว่า 80% มีเชื้อสายจีนพูดจีนได้ทุกคน ตนก็เป็นคนจีน จีนแต้จิ๋ว คือแซ่ตั้ง จีนกลาง แซ่เฉิน จีนกวางตุ้งคือ แซ่ชั้น หากเรารวมยอดสามเหลี่ยมขึ้นไป ซัก 20 เจนเนอเรชั่น เราอาจจะอยู่หมู่บ้านเดียวกันก็ได้ บรรพบุรุษของเราอาจจะเป็นพี่น้องกันก็ได้ ก่อนที่จะแตกสาขาออกมา จนเรามาอยู่ในประเทศไทย และได้พึ่งพระบรมโพธิสมภารให้มีชีวิตที่ดี แต่เราก็ไม่เคยลืมรากเหง้าของตัวเอง
นายอนุทิน กล่าวว่า พอตนกลับมาจากจีนก็เจอนักวิชาการบางคนบอกว่า เขามาลงทุนแต่เขาไม่ได้ทรานเฟอร์เทคโนโลยี แล้วเขาจะไปจ้างชาวเกาะที่ไหนมาทำงาน เขาก็ต้องจ้างคนไทย จ้างเอนจิเนียร์ไทย การทรานเฟอร์เทคโนโลยีไม่ใช่มานั่งเปิดหนังสือ การที่เราได้ฝึกทักษะ การที่เราได้มีโอกาสทำงานร่วมกัน ประชุมหารือวางแผน กำหนดยุทธศาสตร์ นั่นคือทรานเฟอร์เทคโนโลยี แล้วยังบอกว่า ซัพพลายเชนของจีนล้วน ก็นี่เป็นธุรกิจใหม่ เป็นนวัตกรรมใหม่ เราต้องการเทคโนโลยีขั้นสูง สินค้าที่ผลิตจากเทคโนโลยีขั้นสูงมาประเทศไทย ก่อนหน้านี้ที่เขาไม่มา เราก็ไปทำความมั่นใจให้มา พอเขามา ก็บอกว่าซัพพลายเชนใช้ของจีนหมดเลยมันไม่ใช่ ของไทยก็มี อย่าให้ข้อมูลที่ผิดกับประชาชนคนไทย ต่อให้เขาใช้ของจีนหมดในระยะเวลาอันสมควร ทุกอย่างก็จะมีการต่อยอดสร้างซัพพลายเชนขึ้นมา ในที่สุดประเทศไทยเราได้รับประโยชน์สูงสุด แต่ถ้าเขาไม่มา เราก็มีคำวิพากษ์วิจารณ์อื่นๆ ว่า ประเทศไทยไม่มีปัญญาหาเงินลงทุนต่างชาติเข้ามาอยู่ดี

“รัฐบาลจะมานั่งวิตกกังวล หรือแคร์เสียงนก เสียงกาแบบนี้ไม่ได้ รัฐบาลมั่นใจอย่างเดียวว่า ถ้าทำแล้วคนไทยได้ประโยชน์ เงินหลั่งไหลเข้าประเทศ ผลิตสินค้าในประเทศและส่งออกไป กำไรมาก กำไรน้อย มันเป็นเรื่องของประสิทธิภาพในการบริหารงาน อย่างไรก็ตาม เราเปิดโอกาสเสมอในการลงทุนของต่างประเทศ อะไรที่เป็นตัวอย่างที่ดี เราต้องให้ความร่วมมือ ศึกษา และนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย แต่จะไม่ใช้คำว่าก๊อบปี้ เราต้องสร้างพันธมิตร สร้างความไว้ใจ และทำงานร่วมกัน จะได้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับไทย” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนการลงทุน การสร้างพันธมิตรทางการค้าอย่างเต็มที่ ตอนนี้บีโอไอมี Thailand FastPass มีอะไรติดต่อที่บีโอไอได้ที่เดียว ไม่ต้องไปวิ่งทุกโต๊ะ ทุกกระทรวงอย่างที่ผ่านมา ถ้าใครทำเช่นนั้น คนที่ทำแบบนั้นกับท่านจบไม่สวยแน่นอน ตนไม่มีอะไรต้องกังวล คนที่ไปขัดขวาง หรือเป็นอุปสรรคต่อนโยบายของรัฐบาล เขาจะมาอยู่บนทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของพวกเราไม่ได้ ขอให้เชื่อตนไม่ยอมเรื่องพวกนี้ มันหมดเวลาไปแล้วสำหรับคนที่ไร้ความรู้สึก ไม่ได้สนใจเงินเดือนใช้ทุกเดือน ไม่ได้สนใจว่าใครจะเดือดร้อนอย่างไร เวลานั้นหมดไปแล้ว รัฐบาลชุดนี้จะไม่ให้สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนของท่าน วันนี้เราไม่มีภาคเอกชนไม่ได้ เพราะรัฐบาลจะประสบความลำบากอย่างแสนสาหัส ถ้าจะให้รัฐบาลลดการลงทุน ลดค่าใช้จ่ายทางด้านบุคลากร ท่านอย่าลงทุนเลยไม่เกินปีรัฐบาลไม่มีเงินมาจ่ายเงินเดือน

นายกฯ กล่าวว่า พวกเรารู้ว่างบประมาณการใช้จ่ายของรัฐมาจากไหน เรามาอยู่ในยุคนี้ข้าราชการไม่ใช่เจ้าคนนายคน ข้าราชการคือผู้ให้บริการ ผู้อำนวยความสะดวก ผู้ที่จะต้องประสานงานทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้าของทุกภาคส่วน ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจอย่างเดียว นี่คือค่านิยมใหม่ที่รัฐบาลเร่งปลูกฝัง และตนมั่นใจว่าข้าราชการในยุคนี้ ส่วนใหญ่เข้าใจถึงความสำคัญเรื่องนี้เป็นอย่างดี ตนต้องขอขอบคุณท่าน ในช่วงเศรษฐกิจที่ผันผวน ความไม่แน่นอนเรื่องของพลังงาน คนอื่นเขาทะเลาะกัน เราก็ได้รับผลกระทบไปด้วย แต่ปัญหาที่มีเราใช้เวลาแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ตนเชื่อมั่นว่างานในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ๆ ที่ทรงคุณค่า มีปัญหาสิ่งใดพวกเราพร้อมที่จะประสานงานแก้ไขปัญหาให้กับพวกท่าน เราอยู่ได้เพราะท่าน ขอให้จำคำนี้ไว้

“วันนี้หัวหน้ารัฐบาลมาบอกว่า ไม่มีผู้ประกอบการ ไม่มีพวกท่าน รัฐบาลอยู่ไม่ได้ ขอให้ท่านได้เชื่อมั่นว่า เราจะดำเนินให้การสนับสนุนเต็มที่ภายใต้กรอบกฎหมาย ขอให้ท่านทำสิ่งที่ถูกต้อง และสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่างๆ พวกเราจะดำเนินการปลดทุกอย่างเพื่อให้ท่านได้รับความสะดวกให้มากที่สุด ไม่มีอะไรน่ากังวล สถานการณ์ด้านความมั่นคง ขอท่านทั้งหลายวางแผนเหมือนประเทศมีความปกติทุกอย่าง ประเทศไทยไม่มีใครรุกรานได้ ไม่มีใครคุกคามได้ เราได้แจ้งกับมิตรประเทศของเราทุกคนแล้วว่า เราอยู่ของเราดีๆ อย่ามาคุกคาม แต่ถ้าเข้ามาคุกคามเราก็เบรก ไม่อยู่เหมือนกัน ฉะนั้นต่างคนต่างอยู่ดีกว่าแล้วค่อยหาวิธีที่จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์กัน อย่าคุกคามกัน อย่าก้าวล่วงกัน ผมมั่นใจว่าประเทศไทยของเรามีความพร้อมและสามารถที่จะดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี ปลอดภัยจากการคุกคาม ใครที่จะวางแผนทำธุรกิจวางแผนไปเลย ไม่ต้องกังวลในเรื่องของความมั่นคง ประเทศไทยมีความมั่นคงมาก ความปลอดภัยในประเทศต้องมี คนที่อยู่ในประเทศไทย ถ้าไม่เข้าไปในพื้นที่สุ่มเสี่ยงจะต้องมีความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ นายอำเภอ ฝ่ายปกครองจะต้องบันดาลความปลอดภัยให้กับทุกท่าน ไม่มีเรื่องของการเอารัดเอาเปรียบคนต่างชาติ ไม่เอาเปรียบผู้ประกอบการ และทุกอย่างจะดำเนินไปได้ด้วยดี ผมให้ความมั่นว่าเราจะทำได้ ผมเป็นนายกฯ มา 10 เดือน เป็นรัฐมนตรีมหาดไทยมา 3 ปี เส้นสนกลในรู้หมด” นายกฯ กล่าว

จากนั้นนายกฯ เยี่ยมชมบูธทั้งจากผู้ประกอบการจีนและไทยภายในงาน และได้ลองชิมชาผู่เอ๋อร์ ต้าอี้ เป็นแบรนด์ชาผู่เอ๋อร์ชั้นนำจากมณฑลยูนนาน รสชาติกลมกล่อม เป็นที่นิยม และรอนั่งโดรนสำหรับโดยสารไร้คนขับ.



