ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ครั้งที่ 4 ซึ่งได้ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม

พบว่าบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด มีชาวจีนถือหุ้นสัดส่วน 49% และมีความเชื่อมโยงกับอีก 13 บริษัท รวมถึงบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด มีชาวจีนถือหุ้น 80% และเชื่อมโยงกับอีก 24 บริษัท รวมทั้งหมดเป็น 37 บริษัท  โดยเบื้องต้นพบมีมูลฐานความผิดตามกฎหมายไทยหลายฉบับ รวมถึง  พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จึงได้ส่งมอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อดำเนินการต่อแล้ว

ล่าสุด ในการประชุมยังพบว่าข้อมูลน่าตกใจอีกว่า ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10  มีการเข้าไปรับงานก่อสร้างให้ภาครัฐมากถึง 26 โครงการ โดยมีมูลค่าโครงการรวมกันนับหมื่นล้าน ไล่ตั้งแต่โครงการหลักร้อยล้าน จนสูงสุดเกือบหมื่นล้านบาท โดยนอกจากโครงการสร้างตึก สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่ม 2.1 พันล้านบาทแล้ว ยังมีโครงการอื่นที่น่าสนใจ ดังนี้

ทั้งนี้ โครงการที่มูลค่าการก่อสร้างที่มีมูลค่าสูงสุด คือ โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) งานสัญญาที่ 3-1 งานโยธา สำหรับช่วงแก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)  ซึ่งมีมูลค่ากว่า 9,348 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีหลายโครงการที่ได้รับ ไล่ตั้งแต่ปี 2562 ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานนราธิวาส วงเงิน 639.8 ล้านบาท ของกรมท่าอากาศยาน  โครงการก่อสร้างทาวน์โฮม 2 ชั้น ในโครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน  จังหวัดภูเก็ต ของการเคหะแห่งชาติ  วงเงิน 343 ล้านบาท  โครงการก่อสร้างอาคารเรียนและสิ่งปลูกสร้าง วงเงิน 160 ล้านบาท ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 

ในปี 2563 ไชน่า เรลเวย์ ยังคว้าโครงการอย่างต่อเนื่องอีก 3 โครงการ ได้แก่ โครงการก่อสร้างอาคารคลังพัสดุ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ วงเงิน 146 ล้านบาท ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล  โครงการก่อสร้างหอพักนักศึกษา จังหวัดภูเก็ต 1 หลัง วงเงิน 132 ล้านบาท ของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต  โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ วงเงิน 540 ล้านบาท ของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) 

มาปี 2564 ได้เพิ่มอีก 4 โครงการ ได้แก่ โครงการสร้างอาคารศูนย์ฝึกกีฬามวยมาตรฐานระดับสากล สนามกีฬาหัวหมาก 608.4 ล้านบาท โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)  โครงการก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการตุลาการ และอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการศาลยุติธรรม  ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วงเงิน 386 ล้านบาท โดยสำนักงานศาลยุติธรรม  โครงการก่อสร้างงานปรับปรุงที่ดิน ก่อสร้างอาคารศูนย์บริการลูกค้า อาคารสำนักงาน อาคารอบรมสัมมนา  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต วงเงิน 210 ล้านบาท โครงการก่อสร้างอาคารกองบังคับการ กรมพลาธิการทหารเรือ วงเงิน 179 ล้านบาท ของกองทัพเรือ 

ส่วนปี 2565 ได้รับ โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จังหวัดนนทบุรี วงเงิน 716 ล้านบาท โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)  โครงการก่อสร้างอาคารสถาบันวิชาการ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)  วงเงิน 606 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุ 9 ชั้น  ของโรงพยาบาลสงขลา วงเงิน 426 ล้านบาท

ทั้งนี้ ขณะนี้ ได้มีการขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการ และกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าไปตรวจสอบ 26 โครงการ ที่บริษัทรับงาน เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนแล้ว