นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า ไทยพร้อมออกมาตรการลดการเกินดุลการค้ากับสหรัฐ เพราะหากไม่ดำเนินการจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจไทย 1% ของจีดีพี โดยข้อสรุปการหารือจะมีการทำรายละเอียดของมาตรการ และหลังจากนั้นตนจะเดินทางไปเจรจาที่สหรัฐด้วยตัวเอง ภายใน 2-3 สัปดาห์ โดยปัจจุบัน การค้าระหว่างไทยกับสหรัฐ มีมูลค่าราว 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ากับสหรัฐ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 70%
ทั้งนี้ เป้าหมายการเจรจา คือ การปรับสมดุลทางการค้า และนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเพิ่มตัวอย่าง ข้าวโพด ที่ไทยผลิตไม่เพียงพอ ปลาทูน่าที่ไทยเป็นผู้ผลิตปลาทูน่ากระป๋องรายใหญ่ของโลกจึงอาจนำเข้าเพิ่ม รวมถึงเนื้อหมูจากสหรัฐ เพื่อลดช่องว่างของการได้เปรียบทางการค้า หรือกรณีภาษีนำเข้ารถมอเตอร์ไซค์ ที่ตั้งกำแพงภาษีไว้สูง 60-80% ทั้ง ๆ ที่เป็นสินค้าที่ไทยมีขีดความสามารถและผลิตมานาน ซึ่งสหรัฐต้องการนำเข้ารถฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน ดังนั้น กำแพงภาษีนำเข้ารถมอเตอร์ไซค์สามารถลดลงมาได้ คิดว่าเหลือแค่ 10% เราก็ยังสามารถแข่งขันได้
นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าบางประเภทไปสหรัฐ เช่น แผงโซลาร์เซลล์ ที่มีบางประเทศย้ายฐานการผลิตมาไทย ซึ่งหากลดลง การได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐอาจเหลือแค่ 3 หมื่นล้าน รวมถึงต้องเข้มงวดเรื่องถิ่นกำเนิดสินค้าด้วย



