ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดเริ่มต้น “พลิกนาร้าง เป็นนารักษ์ ” ริเริ่มขึ้นโดยพระครูสุวัฒนาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา และเจ้าอาวาสวัดนาทวี ที่ตั้งใจอยากให้คนในชุมชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน จึงร่วมกับชาวบ้านตำบลนาหมอศรี ตำบลฉาง ผู้นำชุมชน พี่น้องชาวไทยพุทธ และไทยมุสลิมมาช่วยกันพลิกฟื้นนาที่ถูกทิ้งรกร้างมากว่า 15 ปี กับเนื้อที่ 12 ไร่ ให้กลับมาปลูกข้าวได้อีกครั้ง และใช้กิจกรรมนี้เป็นศูนย์รวมของประชาชนให้มีความรักความสามัคคีระหว่างกัน อยู่ร่วมกันแบบพหุวัฒนธรรม โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 8  

ที่ ศูนย์การเรียนรู้พระอาจารย์ภัตร อริโย หมู่ 3 ตำบลนาหมอศรี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ลงพื้นที่เปิดกิจกรรมเกี่ยวข้าวสืบสานประเพณีวัฒนธรรม “พลิกนาร้าง เป็นนารักษ์ ปีที่ 8“ เพื่อส่งเสริมวิถีการท่องเที่ยวชุมชน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม สร้างความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ ทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมได้ร่วมกันฟื้นฟูนาข้าวที่ถูกทิ้งร้างให้กลับมาทำนาข้าวอีกครั้ง เพราะข้าวคืออาหารหลักที่คนไทยนิยมบริโภค และอาชีพทำนาเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติที่หล่อเลี้ยงคนไทยมาช้านาน ทั้งนี้ ภายในงานบูธจัดแสดงนิเทศการของดีจากชุมชน และสถานศึกษาในพื้นที่มาจัดแสดง รวมทั้งมีการแสดงจากน้องๆ นักเรียนในพื้นที่มาร่วมสร้างสีสันบนเวทีมอบให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ก่อนที่แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 จะร่วมกันลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวในผืนนารักษ์ ร่วมกับส่วนราชการ โดยมี พระครูสุวัฒนาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา และเจ้าอาวาสวัดนาทวี,ผู้ช่วยเลขาเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ , นายอำเภอนาทวี, พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ, ผู้นำศาสนา, ผู้นำท้องถิ่น นักศึกษา ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้

พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในกิจกรรม เกี่ยวข้าวสืบสานประเพณีพหุวัฒนธรรม “พลิกนาร้างเป็นนารักษ์ ปีที่ 8” ตามที่ท่านพระอาจารย์ พระวชิรสุนทร ร่วมกับอำเภอนาทวี ได้ริเริ่มจัดทำโครงการสืบสานประเพณีพหุวัฒนธรรม “พลิกนาร้าง เป็นนารักษ์” โดยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการทำนา การสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร โดยนำพี่น้องประชาชน ทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ ได้ร่วมกันพลิกฟื้นนาข้าวที่ถูกทิ้งร้างมากกว่า 15 ปี ให้กลับมาปลูกข้าวได้อีกครั้ง เพื่อนำผลผลิตที่ได้มาบริโภค เหลือก็สามารถนำมาจำหน่ายสร้างรายได้แก่เกษตรกร อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของบรรพชนรุ่นก่อน ให้คนรุ่นหลังได้ปฏิบัติสืบ