เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 69 ที่อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึง รมว.ศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกิจกรรม เพื่อประกาศยุทธศาสตร์ระดับชาติ ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ผ่านการยกระดับศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย ให้พร้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ รวมถึงแถลงผลงาน 90 วัน ของ 5 กระทรวงด้านการพัฒนาทุนมนุษย์
โดยนายยศชนัน กล่าวรายงานผลการดำเนินงานตลอด 90 วัน ว่า พวกเราชาว อว. ทำงานอย่างหนัก ทั้งการสานงานเดิม และเพิ่มงานใหม่ เพื่อสร้างอิมแพคให้เกิดขึ้นจริงกับสังคมไทย โดยผลงานไฮไลต์ที่เราลงมือทำเพื่อเข้าไปปลดล็อกปัญหาให้พี่น้องประชาชน คือ เราเริ่มงานใหม่ด้วยการทะลวง เรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผ่านนโยบาย TCAS69 เท่าเทียม รัฐบาลอัดฉีดงบกว่า 147 ล้านบาท ช่วยซัพพอร์ตค่าสอบ ค่าสมัคร และระบบแฟ้มสะสมผลงาน ให้เด็กมัธยมปลาย และผู้ปกครองกว่า 9 แสนคน ถัดมาคือการเอาเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาคลาสสิกของระบบราชการด้วย AI ตรวจวิจัยซ้ำซ้อน สแกนโครงการไปเกือบ 8 พันโครงการ เซฟงบประมาณประเทศไปได้ถึง 72 ล้านบาทในปีแรก
“การพัฒนาทุนมนุษย์ไม่สามารถทำได้ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่ต้องทำในเชิงสังคมด้วย เรื่องของการศึกษาเกษตรกร แรงงาน หรือผู้สูงอายุ วันนี้อยากให้ทุกคนคิดไปพร้อมกับผมและรัฐบาลว่าถ้าลูกเราเกิดมา รัฐบาลสามารถช่วยเขาได้มากน้อยแค่ไหน วันนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวง พม. ทำเรื่องเกี่ยวกับ 2,500 วันหรือ 5 ปี ของเด็กที่กำลังจะเกิดขึ้นตั้งแต่ในครรภ์ เราควรที่จะให้อะไรเขา หรือทำให้เกิดมาสมฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่อยู่ในผืนแผ่นดินไทย” นายยศชนัน กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดวีดิทัศน์ของรัฐมนตรี 5 กระทรวง โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ กล่าวรายงานผลงาน 90 วัน ว่า มุ่งเน้นการยกระดับภาคการเกษตรอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การส่งมอบพันธุ์ข้าวใหม่ กข113 และ กข119 ควบคู่กับการส่งเสริมทำนาแบบเปียกสลับแห้งเพื่อมุ่งสู่ข้าวคาร์บอนต่ำ การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ถึงมือเกษตรกรในเวลาที่จำเป็น ไปจนถึงนโยบายตลาดนำการผลิต ที่กวาดล้างสินค้าเกษตรผิดกฎหมายไปแล้ว 146 คดี พร้อมเดินหน้าขยายตลาดส่งออกผลไม้ไทย และบินด่วนเจรจาแก้ปัญหากุ้งไทยในมาเลเซียเชิงรุก นอกจากนี้ยังผลักดันการเกษตรแม่นยำด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และที่สำคัญคือการคืนความมั่นคงให้เกษตรกรด้วยการเปลี่ยนเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร พร้อมบูรณาการพักชำระหนี้และลดหนี้ให้เกษตรกรและสมาชิกสหกรณ์ รวมวงเงินสะพัดกว่าหมื่นล้านบาท
ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน กล่าวถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายด้านแรงงาน ว่า สามารถจัดหางานให้ประชาชนได้แล้วถึง 40,051 คน สร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 4,858 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการเดินหน้าโครงการโรงงานปลอดยาเสพติด 2,172 แห่ง และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประกันตน ผ่านการเพิ่มสิทธิประโยชน์ทันตกรรม 12 รายการครอบคลุม 7,897 สถานพยาบาล รวมถึงการผลักดันสูตรคำนวณบำนาญชราภาพใหม่ (CARE) ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. แล้ว อีกทั้งยังเน้นย้ำความปลอดภัย ด้วยการออกแนวปฏิบัติตรวจสอบมาตรฐานปั้นจั่นใหม่ และเดินหน้าขยายตลาดส่งออกแรงงานไทย ไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 3 หมื่นคน ผ่านความร่วมมือกับมาเก๊า อิสราเอล เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรามุ่งเน้นการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ โดยเตรียมผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่เข้าสู่สภา ในช่วงปลายปี พร้อมดันไทยเป็นผู้นำภูมิภาค ในโครงการ ASEAN Zero Dropout ดึงเด็กกลับสู่ระบบ และพัฒนาระบบ Education ID เพื่อลดความซ้ำซ้อน นอกจากนี้ยังชูนโยบาย คืนเวลาให้ครู คืนความสุขให้เด็ก ด้วยการลดภาระงานเอกสาร ยกเลิกการประเมินที่ซ้ำซ้อน ผ่อนปรนเครื่องแบบนักเรียน และสร้างโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและระบบทราฟฟี่ ฟองดูว์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล ทั้งการเข้าสู่ OECD และ PISA Roadmap 2029 เพื่อยกระดับทักษะเด็กไทยสู่การเป็นพลเมืองโลก รวมถึงการสานต่อโครงการ ODOS ที่ส่งเด็กไทยทุกพื้นที่ซึ่งยากจนไปเรียนต่อยังต่างประเทศ
ส่วนนายนิกร โสมกลาง รมว.พม. กล่าวว่า ผลงาน 90 วันในการยกระดับคุณภาพชีวิต กลุ่มเปราะบางทุกมิติ แบบทำได้จริง โดยการนำเทคโนโลยี มาสร้างโซเชียลแม็พ เชื่อมฐานข้อมูลผู้เปราะบางกว่า 1 ล้านคนเข้ากับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมนำ AI ร่วมกับสายด่วน 1300 ช่วยเหลือผู้คนเร่งด่วนไปแล้วกว่า 3 หมื่นราย อีกทั้งยังเดินหน้า พลิกโฉมกฎหมายครั้งใหญ่ ทั้งการผลักดันเบี้ยคนพิการ 1,000 บาท และเบี้ยเด็กเล็ก 600 บาทแบบถ้วนหน้า เพิ่มวงเงินกู้สร้างอาชีพคนพิการเป็น 300,000 บาท ตลอดจนสร้างความมั่นคง ด้านที่อยู่อาศัยผ่านโครงการบ้านมั่นคง เคหะเพื่อคนไทย และโมเดลความร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ในการจ้างงานคนพิการและผู้สูงวัย เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถยืนหยัด และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน



