เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผย ภายหลังการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้รับรายงาน สถานศึกษาได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว จำนวน 2,944 แห่ง ซึ่งในจำนวนดังกล่าวแยกความเสียหาย แบ่งเป็นกลุ่มสีแดง สีส้ม และสีเขียว ซึ่งจะจัดส่งทีมวิศวกรอาสาลงพื้นที่ตรวจสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบในกลุ่มสีส้มกับสีแดงเพื่อยืนยันว่าอาคารเรียนไหนใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นสถานศึกษากลุ่มภาคกลางและภาคเหนือ ซึ่งจะจัดงบประมาณซ่อมแซมให้ทันก่อนเปิดภาคเรียนวันที่ 16 พ.ค.นี้ต่อไป ทั้งนี้ในประเด็นเหตุแผ่นดินไหว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนรับมือภัยพิบัติในรูปแบบต่างๆ โดยในส่วนของ สพฐ.ได้วิเคราะห์เนื้อหาหลักสูตรการสอนมีอยู่พบว่า มีวิชาสังคมศึกษา สุขศึกษา พลศึกษา และหนังสืออ่านเพิ่มเติม เป็นต้น ที่สอนให้ความรู้เท่านั้น แต่ไม่ได้สอนวิธีปฏิบัติจริง ดังนั้นหลังจากนี้ สพฐ.จะกำชับไปยังสถานศึกษาทุกแห่งให้เอาความรู้ที่เรียนมาฝึกซ้อมปฏิบัติเสมือนจริงด้วย เพราะเมื่อเกิดเหตุจะต้องป้องกันอย่างไร หลบหนีหลีกเลี่ยงอย่างไร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้เรียนในทุกมิติ และเป็นการสร้างทักษะชีวิตให้แก่ผู้เรียน
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงผลการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ ม.4 ซึ่งได้รับรายงานว่าภาพรวมการจัดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกโรงเรียนได้เตรียมแผนรับมือภัยพิบัติรอบด้าน ซึ่งจากนี้ไปตนกำชับว่าทุกโรงเรียนอาจจะต้องซ้อมแผนเผชิญเหตุทุกเดือนไม่ว่าจะเป็นแผนเผชิญเหตุแผ่นดินไหวเหตุ ไฟไหม้ การทำร้ายคนภายนอกเข้ามาทำร้ายเพื่อสร้างทักษะการเอาตัวรอดให้แก่นักเรียน ส่วนการสอบการคัดเลือกเข้าเรียนต่อม.1 และม.4 ไม่มีเรื่องทุจริตหรือเรื่องร้องเรียนเกิดขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้สมัครพลาดที่นั่งในกลุ่มโรงเรียนอัตราแข่งขันสูง ซึ่งระหว่างวันที่ 17-22 เม.ย.นี้ เด็กคนไหนที่ยังไม่มีที่เรียนขอให้ไปแจ้งความจำนงได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง โดย สพฐ.ขอยืนยันว่าเด็กจะมีที่นั่งเรียนครบทุกคนอย่างแน่นอน



