เมื่อเวลา 19.00น.วันที่ 8 เม.ย. ที่สภ.เมืองปทุมธานี พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.หฤษฎ์ คำจุมพล ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี พร้อมด้วยกำลังชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงผลการจับกุม Mr.RAUL FERNEY NINO QUITIAN อายุ 64 ปี สัญชาติโคลัมเบีย Mr.NELSON ANDES MALO ROJAS อายุ 46 ปี สัญชาติโคลัมเบีย Mr.LUIS GUILLERMO CASTILLO ROMERO อายุ 65 ปี สัญชาติโคลัมเบีย และ Mr.SANDRO MIRANDA POMALIA อายุ 29 ปี สัญชาติเปรู พร้อมของกลางรถโตโยต้า วีออส สีบอรนด์ ทะเบียน 8 กศ 5901 กรุงเทพมหานคร ตู้เซฟสีบรอนด์ 1 ใบ กระเป๋าสุภาพสตรี นาฬิกา สร้อยทองรูปพรรณ โทรศัพท์มือถือ และอื่นๆอีกว่า 100 รายการ รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท โดยสามารถจับกุมได้ขณะหลบหนีอยู่ที่จ.หนองคาย เพื่อเตรียมหลบหนีไปยังประเทศลาว โดยแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์

พล.ต.ท.สุรพล เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 20.00 น.ตำรวจสภ.เมืองปทุมธานี รับแจ้งจาก นางดวงดาว เจ้าของบ้านใน ต.บางคูวัด อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ว่าถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ภายในบ้าน โดยคนร้ายได้ไปเป็นตู้เซฟและทรัพย์สินมีค่าเช่า สร้อยคอทองคำ , แหวนเพชร , นาฬิกา และพระเครื่อง หายไปรวมมูลค่าประมาณ 5,00,000 บาทหายไป หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายเป็นชายชาวต่างชาติ 4 คน ขับรถโตโยต้า เข้ามาหน้าบ้านก่อนที่ปืนรั้วเข้าไปในบ้านแล้วไปงัดแงะหน้าต่างหลังบ้านเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ ฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี สกัดกั้นการหลบหนีจนทราบว่าคนร้ายพร้อมนำพยานหลักฐานยืนขออนุมัติศาลจังหวัดปทุมธานี ออกหมายจับ กระทั่งพบว่าหลบมาที่จังหวัดหนองคาย กำลังจะหลบหนีออกไปยังประเทศลาว จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้พร้อมของกลางดังกล่าว

จากการสอบสวนขยายผล ทราบว่าคนร้ายเช่าบ้านอยู่แถว เขตลาดกระบัง กรุงเทพ และทำการเช่ารถออกตระเวนลักทรัพย์ตามหมู่บ้านจัดสรรที่มีราคาแพงที่ไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโดยขับเข้ามาภายในหมู่บ้านแล้วพบเห็นผู้เป็นเจ้าของบ้านกำลังขับรถออกไปพอดี จึงจอดรถและลงไปกดกริ่งอีกครั้งเพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดว่าไม่มีคนอยู่ภายในบ้าน ก่อนจะปีนรั้วเข้าไปงัดประตูบ้านชั้น1จนได้รับความเสียหายแล้วลักทรัพย์สินภายในบ้านไป โดยหลังเกิดเหตุได้นำตู้เชฟของผู้เสียหายไปทิ้งที่บริเวณคลองประเวศบุรีรมย์ลาดกระบัง และนำรถยนต์เช่าที่ใช้ก่อเหตุไปจอดทิ้งไว้ที่บริเวณ ถนนกำแพงเพชร7 แขวงเขตสวนหลวง

ทั้งนี้ยังทราบอีกว่าคนร้ายที่เป็นชาวเปรูเป็นคนเข้ามาในประเทศก่อน ก่อนที่จะมาเจอชาวโคลัมเบียร์อีก 3 คนที่เข้ามาในประเทศไทยผ่านประเทศลาว ก่อนที่จะมาเจอกันที่ถนนข้าวสาร จากนั้นก็ร่วมกันตระเวนลักทรัพย์ตามสถานที่ต่างๆ เชื่อว่าเป็นขบวนการชาวต่างชาติที่น่าจะมีคนอยู่เบื้องหลังอีกหลายคน หลังจากนี้ทางตำรวจได้มีการประสานทางล่ามเพื่อเร่งสอบปากคำผู้ต้องหาแบบแยกสอบอย่างละเอียดเพื่อหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป