เมื่อกระแสความยั่งยืนกลายเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจทั่วโลก และแนวคิด ‘Net Zero’ หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ได้กลายเป็นเป้าหมายที่ทุกภาคส่วนต่างมุ่งมั่นจะบรรลุให้ได้ หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ใช้ขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวก็คือ ‘คาร์บอนเครดิต’ สินทรัพย์ที่มีมูลค่าในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งสามารถซื้อขายได้อย่างถูกต้องตามระบบ เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ความต้องการคาร์บอนเครดิตเพิ่มสูงขึ้น อีกด้านหนึ่งกลับกลายเป็นช่องทางให้กลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ โดยอาศัยความไม่เข้าใจของประชาชนทั่วไป รวมถึงนักลงทุนที่อาจต้องการผลตอบแทนอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ Sustain Daily Team ชวนทำความเข้าใจกลโกงที่พบได้บ่อย และแนวทางป้องกัน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงที่แฝงมากับคำว่า ‘ยั่งยืน’
สิ่งแรกที่ควรเข้าใจคือ การเข้าอบรมไม่ได้หมายความว่าจะได้รับคาร์บอนเครดิต โครงการคาร์บอนเครดิตภายใต้ระบบ T-VER ซึ่งดูแลโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ไม่มีนโยบายบังคับให้ผู้เข้าร่วมโครงการต้องผ่านการอบรม หรือชำระค่าสมัครสมาชิกแต่อย่างใด หากมีผู้ใดอ้างว่าอบรมแล้วจะได้รับคาร์บอนเครดิต ขอให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นการหลอกลวง
อีกประเด็นที่สำคัญคือ ผู้ประเมินโครงการจากภายนอกจะต้องเป็นนิติบุคคลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับ อบก. เท่านั้น โดยมีหน้าที่ในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการลดก๊าซเรือนกระจก และประเมินความใช้ได้ของโครงการที่ยื่นขอการรับรองจาก T-VER ดังนั้น หากมีบุคคลหรือหน่วยงานใดเสนอว่าตนเป็นผู้ประเมินโดยไม่มีหลักฐานการขึ้นทะเบียน โปรดอย่าไว้ใจ
คาร์บอนเครดิตที่ออกโดยโครงการ T-VER จะมีหน่วยวัดเป็น ‘ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2eq)’ และจะต้องได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก อบก. เท่านั้น หากมีการเสนอขายคาร์บอนเครดิตที่ไม่ได้ผ่านการรับรองในลักษณะนี้ ก็ถือว่าไม่มีมาตรฐานและอาจเป็นของปลอม
สิ่งที่มิจฉาชีพนิยมใช้หลอกลวงคือการ ชักชวนให้อบรมหรือลงทุน พร้อมสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ สิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับคาร์บอนเครดิตที่ได้จากโครงการภายใต้ระบบ T-VER และมักเป็นรูปแบบของแชร์ลูกโซ่หรือโครงการหลอกลงทุนในคราบสีเขียว
ในกรณีที่มีการแอบอ้างชื่อโครงการเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้หรือปลูกป่า แล้วกล่าวอ้างว่าเกี่ยวข้องกับ อบก. หรือระบบ T-VER ผู้สนใจควรทราบว่า ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ‘ต้นคาร์บอนเครดิต’ เพราะต้นไม้ทุกชนิดที่มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้น มีเนื้อไม้ และมีอายุยืนยาว สามารถนำมาจัดทำเป็นโครงการคาร์บอนเครดิตได้ หากผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของ อบก. เท่านั้น

ทั้งนี้ หากพบเห็นบุคคล คณะบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใดแอบอ้างชื่อ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (TGO) เพื่อชักชวนเข้าร่วมโครงการต่างๆ ที่ไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานดังกล่าวโดยตรง หรือมีข้อสงสัยในความถูกต้องของโครงการที่เสนอมา สามารถแจ้งเบาะแส พร้อมส่งข้อมูล รายละเอียดบุคคล เอกสารโครงการ หรือหลักฐานต่างๆ ไปยัง อบก. ได้ทันที เพื่อดำเนินการตรวจสอบและป้องกันไม่ให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก: อบก.



