สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงพอร์ตมอร์สบี ประเทศปาปัวนิวกินี เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ว่า ปาปัวนิวกินี ตั้งอยู่ในเขตป่าฝนขนาดใหญ่อันดับสามของโลก ซึ่งช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมหาศาล และเปลี่ยนเป็นก๊าซออกซิเจน
แม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทต่างชาติหลายแห่ง เข้ายึดพื้นที่ป่าเพื่อพยายามขายคาร์บอนเครดิต โดยให้คำมั่นว่าจะป้องกันต้นไม้จากการตัดไม้ทำลายป่า หรือการแผ้วถางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ผิดพลาดหลายครั้ง ทำให้ปาปัวนิวกินีตัดสินใจปิดตลาดคาร์บอนแบบสมัครใจเป็นการชั่วคราว เมื่อเดือน มี.ค. 2565
Papua New Guinea lifts ban on forest carbon credits https://t.co/kA19vM8Dto
— The Pacific Newsroom (@newsroom_the) April 11, 2025
ล่าสุด นายซิโม คิเลปา รมว.สิ่งแวดล้อมปาปัวนิวกินี กล่าวว่า รัฐบาลจะยกเลิกคำสั่งระงับโครงการคาร์บอนเครดิตป่าไม้ในทันที เนื่องจากมีการบังคับใช้มาตรการป้องกันชุดใหม่แล้ว
“ปาปัวนิวกินีกำลังยกเลิกการระงับตลาดคาร์บอนแบบสมัครใจ เพราะขณะนี้เรามีกฎระเบียบเกี่ยวกับตลาดคาร์บอน รวมถึงแนวทางการบริหารและการกำกับดูแลตลาดคาร์บอนแล้ว” คิเลปา กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ปาปัวนิวกินีมีความทะเยอทะยานที่จะเป็น “ผู้เล่นหลักในตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศ” ซึ่งโครงการคาร์บอนเครดิต ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการหยุดยั้งการทำลายป่าฝนของประเทศ ที่เชื่อกันว่าเป็นแหล่งปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพของโลกประมาณ 7%.
เครดิตภาพ : AFP



