เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 เม.ย. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าววันแรกหลังเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 ว่า พบอุบัติเหตุเกิดขึ้น 211 ครั้ง ลดลงจากปีที่แล้ว 13.52% จังหวัดมุกดาหารเกิดอุบัติเหตุสูงสุด 11 ครั้ง รองลงมาจังหวัดสุพรรณบุรี 9 ครั้ง จังหวัดพังงา ลำปาง เชียงราย และเพชรบุรี 8 ครั้ง ผู้บาดเจ็บที่ต้องนอนโรงพยาบาล 201 คน ลดลงจากปีที่แล้ว 19.92% จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือจังหวัดมุกดาหาร 12 คน รองลงมาได้แก่จังหวัดพังงา และสุพรรณบุรี 9 คน และจังหวัดราชบุรี ลำปาง ลำพูน และจังหวัดเชียงราย 8 คน ส่วนผู้เสียชีวิต 27 ราย ลดลงจากปีที่แล้ว 27.03% จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดคือกรุงเทพฯ 5 ราย รองลงมาได้แก่จังหวัดขอนแก่น ตราด นครปฐม ลพบุรี สุพรรณบุรี และอุดรธานี 2 ราย โดยสาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากขับรถเร็ว 86 ครั้ง ตัดหน้ากระชั้นชิด 52 ครั้ง ดื่มแล้วขับ 48 ครั้ง
สำหรับสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติวันที่ 11 เม.ย. ทั้งหมด 326 คดี มีการสั่งการให้ติดกำไล EM จำนวน 9 ราย คดีตาม พ.ร.บ.การจราจรทางบก ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 276 คดี ติด EM 1 ราย คดีขับแล้วเสพ 47 คดี ติด EM 8 ราย ขับรถประมาท 3 คดี จังหวัดที่มีสถิติขับรถขณะเมาสุรา 3 ลำดับแรก คือ จังหวัดนนทบุรี 40 คดี จังหวัดสมุทรปราการ 35 คดี และจังหวัดกำแพงเพชร 27 คดี
นพ.โอภาส กล่าวถึงการรับมือช่วงวันเฉลิมฉลอง ว่า ต้องเน้นย้ำตำรวจในการตั้งด่านต่างๆ ให้สังเกตพฤติกรรมไม่ใช่แค่ตั้งด่านเฉยๆ ซึ่งรอง ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและตัวแทนที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทางหลวง ให้ใช้ความระมัดระวังและเพิ่มความละเอียดกำชับเข้มงวดรวมถึงนำข้อมูลต่างๆ มาปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม วันนี้พบว่ามีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนอกจากการดื่มแล้วขับแล้ว ยังมีการบริโภคยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้บางอย่างจะทำให้ง่วงนอน แต่ยังมียาคลายกล้ามเนื้อก็ทำให้ง่วงนอนเช่นกัน จึงอยากฝากประชาชนให้ดูแลในเรื่องนี้ด้วย เพราะการง่วงนอนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเสียชีวิต ดังนั้นถ้าง่วงนอนก็ขอให้จอดรถนอกพัก 10-20 นาที และดื่มเครื่องดื่ม เช่น กาแฟ อาจทำให้สดชื่นได้ ถ้าหากง่วงก็อย่าฝืนชีวิตความปลอดภัยสำคัญกว่า
ด้าน พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศลงไปพื้นที่จัดงาน ไม่ว่าจะเป็นงานขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรืองานกินเลี้ยงกันภายในหมู่บ้านชุมชน เพื่อสร้างการรับรู้ให้รู้ว่าผู้จัดงานต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบถ้ากรณีผู้ที่มาร่วมงานมีอาการมึนเมาสุราขับขี่ออกไปแล้วเกิดอุบัติเหตุ เพราะฉะนั้นจะเข้าไปประชาสัมพันธ์ทุกจุดหน้างาน หากพบก็จะขอให้พักอยู่ในพื้นที่จัดงาน หรือส่วนราชการใกล้เคียง หรือหน่วยบริการประชาชน และพยายามทำให้ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่สามารถครองสติได้ ขับขี่รถให้น้อยที่สุด ซึ่งผู้จัดงานต้องให้ความร่วมมือในการสอดส่องดูแลผู้ที่มาร่วมกิจกรรม ถ้าดื่มสุราจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ก็ไม่ควรปล่อยให้ออกจากพื้นที่จัดงาน
นอกจากนี้ มีการเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปอยู่ในปั๊มน้ำมัน เพราะคนดื่มสุรามักจะปวดปัสสาวะและต้องการเข้าห้องน้ำ หากเราสังเกตเห็นพฤติกรรมเดินเซ หน้าแดง ก็จะมีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ และนำส่งหน่วยบริการประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อให้ได้พักก่อนที่จะขับขี่รถ



