สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ว่า ผู้พิพากษา เทรเวอร์ นีล แม็กแฟดเดน จากศาลชั้นต้นของรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตัน มีคำสั่งเห็นชอบ ว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถสั่งปรับจำนวนมหาศาล และมีอำนาจสั่งจำคุกผู้อพยพผิดกฎหมาย ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในการลงทะเบียน

นางคริสตี โนเอม รมว.ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ แสดงความยินดีกับคำสั่งดังกล่าว ว่าประธานาธิบดีทรัมป์และเธอ ส่งสารที่ชัดเจนแก่ผู้ซึ่งอยู่ในสหรัฐอย่างผิดกฎหมาย ให้ “ออกไปเสียตั้งแต่ตอนนี้” เนื่องจากยังอาจมีโอกาสได้กลับมาเพลิดเพลินกับเสรีภาพ และใช้ชีวิตแบบความฝันอเมริกัน

ด้านสถาบันวิจัยด้านการย้ายถิ่นฐานประเมินว่า ด้วยมาตรการนี้ ผู้อพยพระหว่าง 2.2-3.2 ล้านคนจะต้องลงทะเบียน ขณะที่ข้อกำหนดต่าง ๆ อาจกลายเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพให้กับรัฐบาลทรัมป์ ในการเนรเทศผู้คนจำนวนมาก

ข้อกำหนดใหม่ดังกล่าวได้รับการประกาศครั้งแรก เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อกำหนดให้ผู้อพยพที่มีอายุ 14 ปีขึ้นไป ต้องพกเอกสารติดตัวตลอดเวลา มิฉะนั้นอาจเสี่ยงต่อการถูกจำคุก หรือปรับเป็นเงินสูงสุดถึง 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 167,520 บาท)

ผู้อพยพที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนด จะต้องส่งลายนิ้วมือและข้อมูลไบโอเมตริกซ์ รวมถึงข้อมูลส่วนตัวอื่น ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ (ยูเอสซีไอเอส) เมื่อใบสมัครผ่านการอนุมัติ หน่วยงานจะจัดเตรียมเอกสารเพื่อให้ผู้อพยพต้องพกติดตัวไว้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม คำฟ้องที่ยื่นโดยกลุ่มสนับสนุนการย้ายถิ่นฐานโต้แย้งว่า รัฐบาลทรัมป์ละเมิดขั้นตอนการออกกฎหมายที่เหมาะสมสำหรับการลงทะเบียน นอกจากนั้น การใช้ใบสมัครจะนำไปสู่การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและศาสนา

ผู้ที่จำเป็นต้องลงทะเบียน ได้แก่ ผู้อพยพที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และผู้เยี่ยมเยือนชาวแคนาดาที่พำนักในสหรัฐนานกว่า 30 วัน ส่วนผู้ที่ไม่ต้องลงทะเบียน ได้แก่ ผู้มีถิ่นพำนักถาวรในสหรัฐ ผู้อพยพที่มีวีซ่าทำงาน หรือวีซ่าบางประเภท และผู้ที่อยู่ระหว่างกระบวนการเนรเทศ.

เครดิตภาพ : AFP