ต่อมา “เลขานก”ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ก็ประกาศไม่เอากาสิโนกลางสภา ก่อนหน้านี้ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ก็ประกาศว่า แม้เขาจะชอบเล่นการพนัน แต่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายกาสิโนเพราะครอบครัวไทยยังไม่พร้อม ไม่แข็งแรงพอ ถ้าจะทำกาสิโนก็ต้องทำประชามติ

การแสดงท่าทีของเลขานกนั้น ดูจะมีแรงสะท้อนกลับมามาก ถึงขนาดที่ว่า มีคนเพื่อไทยอย่างนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล สส.แพร่ บอกว่า “อึดอัดกับท่าทีภูมิใจไทย” หรือ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ แกนนำแดงอีสาน ขู่ว่า อาจมีเซอร์ไพรส์ใหญ่ พรรคที่พูดแล้วดื้อ ไม่ค่อยฟัง ก็อาจถูกปรับออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แม้จะมีเสียงมาก

สมมุติว่า ถ้าปรับพรรคภูมิใจไทยออกจริง คำนวณ สส.ในสภาดู ภูมิใจไทยตอนนี้มี สส.70 คน พรรคประชาชน ( ปชน.) 143 คน พลังประชารัฐ ( พปชร.) 20 คน เป็นธรรม 1 คน รวมเป็น 234 คน จะกลายเป็นรัฐบาลเสียงปริ่ม ซึ่งอาจส่งผลไปถึงการตีรวนเรื่ององค์ประชุมในสภา หรือต่อรอง“ค่ายกมือถ้ากฎหมายไหนรัฐบาลต้องการความมั่นใจกับเสียงรับรอง

การยุบสภา จะเกิดขึ้นเมื่อนายกฯ มั่นใจว่า “พรรคแกนนำรัฐบาลจะได้คะแนนเสียงมากพอเป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาล” ซึ่งในรัฐบาลนี้นอกจาก “นายกฯอิ๊งค์”แพทองธาร ชินวัตรแล้ว คงมีกุนซือคนสำคัญคือ “พ่อแม้ว”ทักษิณ ชินวัตร ช่วยพิจารณาอีกแรง แต่เบื้องต้นลูกพรรคเพื่อไทยต่างบอกว่า “รัฐบาลยังมีเสถียรภาพอยู่ได้ครบเทอม” ( อีกสองปี )

การยุบสภา ณ ขณะนี้ยังไม่เป็นผลดีกับพรรคเพื่อไทยนัก เพราะผลงานยังไม่ถูกกล่าวถึงในด้านดีเท่าไร อย่างเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ที่จะดัน ก็ยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมได้ว่า “ส่งออกวัฒนธรรมไทยไปตีตลาดโลกได้” เรื่องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เงินเดือนปริญญาตรี 2 หมื่นยังไม่รู้อยู่ไหน แจกเงินหมื่นก็ยังไม่ถึงกลุ่มบุคคลทั่วไป ได้แต่กลุ่มเปราะบางก่อน

นโยบายรัฐบาลที่ดูจะเห็นผลที่สุด คือเรื่องการปราบคอลเซนเตอร์ แต่ก็ยังโดนฝ่ายค้านที่เป็นฝ่ายแค้นตามเปิดแผล ทั้งพรรคประชาชน ( ปชน.) ที่เป็นฝ่ายแค้นเพราะเพื่อไทยตระบัดสัตย์ไม่ร่วมรัฐบาล ไปจับขั้วกับพรรคขั้วอำนาจ คสช. จนมี สส.ปชน.ประกาศจะตรวจสอบให้รัฐบาลอยู่ไม่ไหว พรรคพลังประชารัฐ ( พปชร.) ก็แค้นที่ถูกสลัดออกไปฝ่ายค้าน

หลายเรื่องที่พรรค ปชน.ถลุงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ( และจะทำต่อเนื่อง ) รัฐบาลก็ยังตอบได้ไม่ดี เช่น ปัญหาปลาหมอคางดำมาจากไหน เรื่องการซื้อไฟฟ้าสำรองเกินจริงจนทำให้ประชาชนต้องแบกรับค่าไฟแพง เรื่องเงินลงทุนประกันสังคมเอื้อต่อกิจการใครหรือไม่ การสร้างเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ มี“ล็อคสเปค”ให้ใครหรือไม่

แบบนี้ รัฐบาลไม่ปลอดภัยพอที่จะยุบสภา ต้องใช้เวลาสร้างผลงานก่อน น่าจะปรับ ครม.เพื่อการทำงาน ถ้าพรรคเพื่อไทยจะแลกบางกระทรวงกับพรรคร่วม ก็อาจมีปัญหาแคลงใจกัน แต่ข่าวว่า “น่าจับตาดูเก้าอี้ รมว.พลังงาน ซึ่งมีเรื่องผลประโยชน์มูลค่าพลังงานสูง เพื่อไทยอาจเจรจาเอากลับจากรวมไทยสร้างชาติ ( รทสช.)” แต่ไม่รู้เอาอะไรไปแลก

ส่วนรัฐมนตรีที่ดูน่าจะถูกปรับออก ก็เช่นนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ซึ่งเคยถูกคนพรรคเดียวกันวิจารณ์กลางสภามาแล้ว นายพิชัย ชุณหวชิร รมว.คลัง นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ ที่สองคนนี้ไม่คอยมีแอคชั่นอะไร โดยเฉพาะนายมาริษ ที่ออกมาชี้แจงกรณีอเมริกาโจมตีไทยเรื่องส่งอุยกูร์ล่าช้า จนมีนางแบกมาถามหา   

โอกาสปรับเพื่อไม่ให้รัฐบาลสะเทือนมาก คงต้องเป็นหลัง พ.ร.บ.งบประมาณปี 69 ผ่าน.