สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า กำลังพิจารณาแนวทางและความเป็นไปได้ ของการระงับใช้ภาษียานยนต์ ซึ่งกำหนดไว้ในอัตรา 25% และมีผลตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อขยายระยะเวลาให้กับผู้ประกอบการ ในการย้ายสายงานการผลิตกลับมายังสหรัฐ แต่ย้ำว่า แนวคิดดังกล่าว “ไม่ใช่การยกเลิก” แต่ “คือการแสดงความยืดหยุ่น”


ภาษีดังกล่าวสร้างความวุ่นวายและปั่นป่วนอย่างหนักให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในอเมริกาเหนือ เนื่องจากแม้รถยนต์ที่ผลิตในแคนาดาและเม็กซิโก ได้รับการยกเว้นเนื่องจากทั้งสามประเทศมีข้อตกลงการค้าไตรภาคีร่วมกัน แต่อุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับผลกระทบจากกำแพงภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมอัตรา 25% ที่แคนาดาและเม็กซิโกไม่ได้รับการยกเว้น


ทั้งนี้ การวิเคราะห์โดยเวลบุช ซีเคียวริตี เผยแพร่เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา คาดการณ์ว่า ราคารถยนต์ในสหรัฐมีแนวโน้มแพงขึ้น เฉลี่ยคันละ 5,000-10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 167,520-335,040 บาท) เนื่องจากมาตรการภาษีรถยนต์ และมาตรการภาษีชิ้นส่วนยานยนต์ ที่จะมีผล “ไม่เกินวันที่ 3 พ.ค.” เพราะจนถึงปัจจุบัน อุตสาหกรรมรถยนต์ในสหรัฐ ยังไม่สามารถประกอบรถยนต์ได้เองเบ็ดเสร็จ 100%.

เครดิตภาพ : AFP