สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า กำลังพิจารณาแนวทางและความเป็นไปได้ ของการระงับใช้ภาษียานยนต์ ซึ่งกำหนดไว้ในอัตรา 25% และมีผลตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อขยายระยะเวลาให้กับผู้ประกอบการ ในการย้ายสายงานการผลิตกลับมายังสหรัฐ แต่ย้ำว่า แนวคิดดังกล่าว “ไม่ใช่การยกเลิก” แต่ “คือการแสดงความยืดหยุ่น”
President Donald Trump is weighing possible exemptions to his tariffs on imported vehicles and parts to provide auto companies with more time to set up US manufacturing.
— Bloomberg TV (@BloombergTV) April 14, 2025
Tyler Kendall reports https://t.co/BqrsnB60qp pic.twitter.com/KYA3EE35QH
ภาษีดังกล่าวสร้างความวุ่นวายและปั่นป่วนอย่างหนักให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในอเมริกาเหนือ เนื่องจากแม้รถยนต์ที่ผลิตในแคนาดาและเม็กซิโก ได้รับการยกเว้นเนื่องจากทั้งสามประเทศมีข้อตกลงการค้าไตรภาคีร่วมกัน แต่อุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับผลกระทบจากกำแพงภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมอัตรา 25% ที่แคนาดาและเม็กซิโกไม่ได้รับการยกเว้น
ทั้งนี้ การวิเคราะห์โดยเวลบุช ซีเคียวริตี เผยแพร่เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา คาดการณ์ว่า ราคารถยนต์ในสหรัฐมีแนวโน้มแพงขึ้น เฉลี่ยคันละ 5,000-10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 167,520-335,040 บาท) เนื่องจากมาตรการภาษีรถยนต์ และมาตรการภาษีชิ้นส่วนยานยนต์ ที่จะมีผล “ไม่เกินวันที่ 3 พ.ค.” เพราะจนถึงปัจจุบัน อุตสาหกรรมรถยนต์ในสหรัฐ ยังไม่สามารถประกอบรถยนต์ได้เองเบ็ดเสร็จ 100%.
เครดิตภาพ : AFP



