ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดคลองจันดี อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช “นายชวน หลีกภัย” อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือ “นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ” ซึ่งเป็นผู้สมัคร สส.เขต 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเป็นการเลือกตั้งซ่อม หลังจากนางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล สส.พรรคภูมิใจไทย ถูกศาลพิพากษาให้ใบแดง และเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง โดยจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 27 เม.ย. 68 นี้
อีกทั้ง “นายชวน และนายชินวรณ์” ได้เดินพบปะประชาชน รวมทั้งผู้ประกอบการเจ้าของร้านค้า ในตลาดคลองจันดี ก่อนทำการปราศรัยหาเสียง โดยยืนบนพื้นดินริมทางรถไฟสถานีรถไฟคลองจันดี ท่ามกลางความสนใจของผู้คนที่ขับรถผ่านไปมา ก่อนเดินทางไปร่วมงานรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ที่วัดมะนาวหวาน อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช
โดยนายชวนได้กล่าวยืนยันถึงการลงพื้นที่มาช่วยนายชินวรณ์หาเสียง พร้อมกล่าวว่า “ได้สอบถามนายชินวรณ์ ถึงรูปแบบวิธีการหาเสียงในการเลือกตั้งซ่อมเที่ยวนี้ ซึ่งนายชินวรณ์ได้ยืนยันว่า จะใช้วิธีการทำการเมืองสุจริต “แบบผม” คือการไม่ใช้เงินซื้อเสียง หรือทุจริตโกงการเลือกตั้งเหมือนกับพรรคการเมืองอื่นๆ ผมจึงตัดสินใจลงพื้นที่มาช่วยในการหาเสียงครั้งนี้ แต่หากนายชินวรณ์ทำการเมืองรูปแบบเหมือนพรรคการเมืองอื่นๆ คือการซื้อเสียง ผมจะไม่ลงมาช่วยดั่งเด็ดขาด”

“นายชินวรณ์ เป็นคนดี เป็นนักการเมืองที่มีผลงาน เป็นบุคลากรที่สำคัญของพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างยาวนาน จึงอยากขอให้ประชาชนชาวไทยช่วยเหลือคนดี ชาวเขต 8 ต้องส่งเสริมคนดี และเลือกนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เข้าไปเป็น สส. ทำหน้าที่เพื่อประชาชนในสภา และร่วมมือกันฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งหนึ่ง”
อีกทั้ง นายชวนได้กล่าวตำหนิถึง “นายทักษิณ ชินวัตร” ที่ทำการเมืองแบบซื้อเสียง ทุจริตคดโกง และเลือกฝั่งเลือกฝ่าย เลือกภาคเลือกพัฒนาเฉพาะจังหวัด หรือพื้นที่ที่เลือก สส. ของตัวเอง ทำให้ในยุคของรัฐบาลนายทักษิณ ภาคใต้จึงขาดการดูแลเอาใจใส่ ถูกทอดทิ้งมายาวนาน แม้ตนจะพยายามเรียกร้องในสภาผู้แทนฯ และทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียกร้องขอให้มีการซ่อมแซมถนนและพัฒนาภาคใต้มาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง เพิ่งมาประสบความสำเร็จในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นอกจากนี้ นายชวน ยังกล่าวอีกว่า “ในขณะนี้มีกระแสการซื้อเสียงหัวละ 500 บาท และหัวละ 1,000 บาท ส่งผลกระทบต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์ประมุขเป็นอย่างมาก จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ตนต้องเดินทางลงมาช่วยเหลือ “นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ” หาเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้ ส่วนผลการเลือกตั้งจะแพ้หรือชนะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าชนะด้วยการซื้อเสียง แม้แต่เสียงละ 5 บาท ตนก็ไม่เอา และยอมรับไม่ได้ ไม่เอาการซื้อเสียงอย่างเด็ดขาด” อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าว
แม้นโยบายหรือกฎหมายกาสิโน ที่รัฐบาลนำเข้าสู่การพิจารณาในสภาอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางการรวมตัวประท้วงของประชาชน รวมทั้งทุกหน่วยงานทุกองค์กร ไม่เว้นภาคศาสนาทุกศาสนา รวมทั้งผมและ สส.พรรคประชาธิปัตย์ 4-5 คน ก็ไม่เห็นด้วย ในที่สุดรัฐบาลก็ต้องเลื่อนกฎหมายนี้ออกไปก่อน ตนจึงอยากจะฝากประชาชนในพื้นที่เขต 8 ช่วยลงคะแนนเลือกนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เพื่อไปเป็นกำลังสำคัญอีกเสียงหนึ่ง ในการต่อต้านพวกการเมืองโคตรโกง
ทางด้านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ กล่าวว่า “การเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ เหลือเวลาในการดำรงตำแหน่งเพียง 2 ปี ซึ่งตนมีภารกิจในการพัฒนาพื้นที่ เขต 8 ที่เคยทำมาแต่ในอดีต ดังนั้นตนจึงทุ่มเท ในการสมัครเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ชนิดเอา “ชีวิตและลมหายใจเป็นเดิมพัน” และมั่นใจว่าหากชาวเขต 8 พิจารณาอย่างรอบคอบและแยกแยะให้ดี เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม ตนคงจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน กลับเข้าไปเป็น สส. ในสภาอีกครั้งอย่างแน่นอน”










