จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Theerapat PT’Benz ได้โพสต์คลิปและภาพเหตุการณ์เตือนภัย หลังถูกชายคนหนึ่งปาหินใส่รถยนต์ ขณะขับมาจาก อ.กุฉินาราย์ จ.กาฬสินธุ์ มุ่งหน้าไป อ.เขาวง ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณช่วงทางเข้าหมู่บ้านนาโก หมู่ 4 ถนนทางหลวงหมายเลข 2291 สร้างค้อ-กุฉินารายณ์ พร้อมระบุข้อความว่า “เส้นนาโก ระวัง คนปาหินนะครับ ปาแล้วยังตามมาปากอีก” ภายหลังมีการโพสต์ออกไป ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ชาวบ้านเกิดหวาดผวาในช่วงสงกรานต์
ล่าสุด เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุอยู่ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 5 ถนนทางหลวงหมายเลข 2291 สร้างค้อ-กุฉินารายณ์ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ได้สอบถามกับชาวบ้านว่ารู้จักคนก่อเหตุปาหินใส่รถชาวบ้านหรือไม่ จากการสอบถามทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายเอิร์ธ ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้าน
โดยนางสมบูรณ์ ไวกล้า อายุ 58 ปี ชาวบ้านนาโก ต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นประมาณช่วงเวลา 17.00-18.00 น. วันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งตอนนั้นตนเห็นรถกระบะสีขาวขับผ่านหน้าร้าน สภาพประตูด้านข้างมีรอย แล้วเห็นนายเอิร์ธ เดินตามหลังรถคันดังกล่าวไปจนถึงหน้าโรงเรียนนาโกพิศาลราษฎร์อุปถัมภ์ ซึ่งเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ปกติแล้วไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และไม่เคยเห็นมีพฤติกรรมรุนแรงเช่นนี้ จนมาเห็นคลิปวิดีโอที่ผู้เสียหายได้มีการเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก เห็นว่านายเอิร์ธ ได้มีการปาหินใส่รถกระบะคันดังกล่าวถึง 2 ครั้ง ทำให้รู้สึกตกใจ ไม่คิดว่า นายเอิร์ธ จะกล้าก่อเหตุแบบนี้ เพราะถ้าสมมุติว่าหินก้อนที่ปาไปโดนกระจกทะลุโดนหัวคนขับจะเกิดอะไรขึ้น ส่วนตัวมองว่าเป็นอันตรายและเป็นภัยสำหรับผู้ที่ใช้รถใช้ถนนยิ่งช่วงนี้ โดยเฉพาะเป็นช่วงสงกรานต์ จึงอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยมาสอดส่องดูแล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามกับ นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นมารดาของนายเอิร์ธ โดยกล่าวว่า ปกติแล้วลูกชายจะมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงกับตนเวลาอยู่ที่บ้าน แต่ก็ไม่เคยไปใช้ความรุนแรงหรือพฤติกรรมก้าวร้าวกับคนอื่น จนมาเห็นเมื่อวานที่มีคนโทรฯ มาบอกว่าลูกชายตนได้ไปปาหินใส่รถยนต์ของชาวบ้านที่สัญจรไปมา จนทำให้รถได้รับความเสียหาย แล้วมีการเดินตามรถคันดังกล่าวไปปาหินใส่ครั้งที่ 2 โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
“อยากจะขอโทษสังคมและขอโทษผู้เสียหาย เนื่องจากลูกชายทำพฤติกรรมก้าวร้าวไม่เหมาะสมและเสี่ยงให้เกิดอันตราย เพราะว่าถ้าก้อนหินไปโดนกระจกแตกแล้วถูกหัวคนขับอาจจะทำให้เกิดการสูญเสียเกิดขึ้น ยอมรับว่าลูกชายยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและเคยไปบำบัดรักษามาแล้วหลายครั้งแต่ก็ไม่หาย กลับมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ตอนแรกที่บำบัดกลับมาก็เหมือนว่าจะดีขึ้น แต่พอกลับมาอยู่บ้านก็ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเหมือนเดิม” นางเอ กล่าว
นางเอ กล่าวต่อว่า ปกติแล้วลูกชายจะไปอยู่ที่สวนยางคนเดียว จะกลับบ้านมาแค่กินข้าว หรือเวลาที่ต้องการอยากจะได้เงินกับตนเท่านั้น ชนวนเหตุเมื่อวานที่ลูกชายปาหินใส่รถประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนน น่าจะมาจากหงุดหงิดที่เมื่อเช้ารถมอเตอร์ไซค์คันที่ขี่เกิดโซ่ขาดแล้วโทรฯ บอกตนหลายครั้ง เพื่อให้นำไปซ่อมให้ แต่ตนรับโทรศัพท์แค่ครั้งเดียวเลยอาจจะทำให้เกิดความไม่พอใจ จึงนำก้อนหินมาขว้างปาใส่รถชาวบ้านจนได้รับความเสียหายตามคลิปที่ผู้เสียหายได้บันทึกเอาไว้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ตนรู้สึกไม่สบายใจ อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ความช่วยเหลือตนและครอบครัวด้วย เพราะว่าตนก็ได้นำไปบำบัดหลายครั้งแล้วหลังจากบำบัดก็จะดีแค่ช่วงแรก สักพักก็กลับมามีพฤติกรรมเหมือนเดิม
ด้านนายธีรภัทร (ขอสงวนนามสกุล) เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ตนและเพื่อนอีก 2 ขับรถมุ่งหน้ามา อ.เขาวง แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุก่อน จังหวะที่จะแซงรถอีกคัน ได้มีชายคนหนึ่งปาก้อนหินออกมาใส่รถของตน ซึ่งก้อนหินโดนข้างๆประตูคนขับได้รับความเสียหายมีรอยบุบ จากนั้นเพื่อนของตนที่เป็นคนขับได้ชะลอรถ เพื่อรอผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาใกล้ๆ เพื่อจะได้ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานให้เห็นหน้าชัดๆ ซึ่งก็เป็นไปตามในคลิป ผู้ก่อเหตุเดินตามรถของตนและเพื่อนจากจุดเกิดเหตุมาประมาณเกือบ 2 กิโลเมตร จากทางเข้าหมู่บ้านนาโก แต่พอมาถึงบริเวณกลางหมู่บ้าน ระหว่างนั้นก็ได้ปาหินใส่รถของตนและเพื่อนเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งหลังจากนั้น ก็มีญาติผู้ก่อเหตุ ได้เข้ามาห้ามไว้ แล้วให้ผู้ก่อเหตุกลับบ้านไปก่อน ซึ่งเบื้องต้นตนและเพื่อนได้นำหลักฐานไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.กุฉินารายณ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่การที่ได้นำคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวมาเผยแพร่ทางโลกออนไลน์ เพื่อจะเตือนภัยสำหรับผู้ที่ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือว่าช่วงวันเวลาปกติ ให้ระวังจะเจอเหตุการณ์แบบตนเองและเพื่อน
อย่างไรก็ตาม หลังแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กุฉินารายณ์ จะได้เร่งดำเนินการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



