เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเผยแพร่เอกสารรายงานเหตุของกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ซึ่งระบุว่า พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นคดีอาญาที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569

เบื้องต้นเป็นการดำเนินคดีในความผิดฐานเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทำหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157

ในเอกสารระบุว่า ผู้กล่าวหาประกอบด้วยหญิง 3 ราย ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหา คือ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ขณะดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ต

จากรายละเอียดในสำนวน ผู้กล่าวหาให้การว่า รู้จักกับผู้ถูกกล่าวหาตั้งแต่ปี 2563 ขณะดำรงตำแหน่งนายอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส โดยผู้กล่าวหาทั้ง 3 ราย เคยสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 ผู้กล่าวหาทั้ง 3 ราย เดินทางไปพบผู้ถูกกล่าวหาที่บ้านพักในจังหวัดสงขลา เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น โดยผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบผ่านได้ เพราะรู้จักผู้ใหญ่ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละ 300,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 900,000 บาท

ภายหลังผู้กล่าวหารวบรวมเงินได้ครบ ได้มีการนำเงินสดจำนวน 900,000 บาท บรรจุในถุงกระดาษ ส่งมอบผ่านบุคคลใกล้ชิดของผู้ถูกกล่าวหา ตามสถานที่ที่นัดหมายในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการประกาศผลสอบ ผู้กล่าวหาทั้งหมดไม่ผ่านการสอบ จึงติดต่อสอบถามผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งได้รับคำตอบให้รอการสอบครั้งต่อไป พร้อมรับปากว่าจะคืนเงินให้ ก่อนที่ผู้เสียหายจะตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ และอาจมีผู้เสียหายรายอื่นตกเป็นเหยื่อเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน บก.ปปป. โดยผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด