จากกรณีเหตุแผ่นดินไหว จนทำให้การก่อสร้างตึก สตง. มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท ย่านจตุจักร พังถล่มลงมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก โดยบริษัทก่อสร้างต่างยืนยันว่าทำตามขั้นตอนต่าง ๆ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ท่ามกลางกระแสการออกมาแฉข้อมูลต่างๆ ทั้งขนาดเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมไปถึงมีการปลอมลายเซ็นวิศวกรผู้ควบคุมงาน จนเกิดเป็นความสงสัยของผู้ที่ติดตามข่าวสาร ขณะที่ฝ่ายงานเกี่ยวข้องพยายามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้น ตามที่ได้นำเสนออย่างต่อเนื่องนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 เม.ย. แฟนเพจชื่อดังทางด้านกฎหมายการก่อสร้างอย่าง “ช่างกฎหมายมันส์ – Letitbelaw” ได้ออกมาแสดงความเห็น ระบุว่า “ทำไมต้องปลอมลายเซ็น ทำไมไม่หาคนเซ็น งานระดับ 70 ล้าน ทำไมหาวุฒิมาลงนามในการทำงานไม่ได้ วางเงินมาแล้วเลาจะเล่าให้ฟัง” ความxะยำของมาตรฐานก่อสร้างจีนทำให้เราเห็นความเลวของราชการไทย บริษัทก่อสร้างที่ไร้คุณภาพ บริษัทควบคุมงานที่ปลอดลายเซ็นวุฒิวิชาชีพ

แต่คำถามที่หลายคนถาม ทำไม “ต้องปลอม” ทั้งๆ ที่โครงการระดับนั้นน่าจะมีเงินมากพอที่จะให้วุฒิมาเซ็นได้ เช่นเดียวกับโรงงานจีนที่เคยถล่ม การควบคุมงานงานถือเป็น “วิชาชีพควบคุม” แบบหนึ่ง ผู้ที่รับงานต้องเป็น “วิชาชีพ” เมื่อตรวจสอบดูแล้วในกิจการร่วมค้า 3 นิติบุคคล มีหนึ่งนิติที่เป็น “วิชาชีพ” แต่เมื่อตรวจสอบในระดับกรรมการพบว่ามีวิชาชีพวิศวกรดังนี้
สามัญวิศวกร 1 คน
ภาคีวิศวกร 2 คน
เมื่อตรวจสอบแล้วไม่มีวุฒิเป็นของตัวเอง ไม่มีวุฒิเป็นของตัวเองก็ไม่น่าจะมีปัญหา น่าจะจ้างมาได้ แต่ปัญหาคือ “ราคา” เพราะรู้กันว่า สภามีเรตราคาทั่วไปอยู่ แน่นอนว่าทั่วไปไม่มีใครคิดราคานั้น เพราะถือว่าสูง โดยเฉพาะระดับภาคีคิดนี่ คิดขั้นต้นได้เลยว่า “หลอกลวง”

มิจหลักแสนของเราก็เอาราคานี้มาหลอกลูกค้า แต่ไม่ใช่กับ “วุฒิวิชาชีพ” ที่ทั่วประเทศมีไม่เกิน 2,500 คน ในแต่ละสาขา ถึงแม้ประเทศไทยจะขาดแคลน แต่งานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องใช้วุฒิวิศวกรนั้น มีมากกว่า 2,500 งานแน่นอน ดังนั้นวิชาชีพระดับวุฒิจึง “ขาดแคลน” เมื่อขาดแคลนแล้วย่อมสามารถเรียกราคาได้ตามสะดวก เพราะส่วนใหญ่ระดับวุฒิ ไม่มีขัดสนเงินทองสักคน

“ซึ่งเมื่อคำนวณจากงบประมาณก่อสร้าง 2,100 ล้านบาท ค่าควบคุมงานต้องไม่ต่ำกว่า 140 ล้าน แต่ราคาที่กิจร่วมค้าประมูลอยู่ที่ 70 ล้าน ต่ำกว่าราคาที่ควรจะเป็น ครึ่งต่อครึ่ง แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาจ้างวุฒิ แค่ค่าดำเนินการทั่วไปยังไม่น่ารอด นอกจากเรื่องเงินแล้วเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ “ไม่มีใครเซ็นงานที่ไม่ได้ตรวจเอง” อันนี้ไม่ต้องวิศวกร หรือสถาปัตย์หรอก ทนายความให้เซ็นอะไรที่ตัวเองไม่ได้ดู เป็นใครก็ไม่เซ็น วุฒิของแพะจัง ถ้าไม่ใช้ทีมวิศวกรของแพะจัง หรือไปดูด้วยตัวเอง ก็ไม่เซ็น”

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่กิจร่วมค้า ไม่สามารถหาคนมาเซ็นได้ เพราะเงินสิบล้าน แลกกับความเสี่ยง บัตรวิชาชีพ ยังไงก็ไม่คุ้ม อย่าว่าแต่วุฒิวิศวกรเลย ระดับสามัฐวิศวกรเอาเงินสินล้านมาให้เขาก็ไม่เซ็น เพราะใบอนุญาตสามารถหาเงินปีๆ หนึ่งได้มากกว่านั้นมาก ยังไม่นับ ถ้าลายเซ็นตัวเอง ทำให้คนตายนี่น่าจะนอนไม่หลับไปอีกนาน ดังนั้นไม่ว่าจะเอาเงินมากองแค่ไหนก็ไม่เซ็น มันถึงต้องปลอมลายเซ็น

ประเด็นคือทำไมถึงปลอมได้ ในหน่วยงานราชการจะมีสำเนาบัตรวิชาชีพที่ส่งมาพร้อมแบบที่ขออนุญาตก่อสร้างเก็บเอาไว้ หลายครั้งมีการแอบขโมยออกมา เพื่อเอามาปลอมลายเซ็น ซึ่งแพร่หลายมาก ปลอมกันจนด่าทั่วบ้านทั่วเมือง จนสภาวิชาชีพต้องมีการ “ออกหนังสือรับรอง” จากสภาควบคู่กับสำเนาบัตรในการขออนุญาตก่อสร้าง จึงทำให้ปัญหาปลอมบัตรลดลง แต่ปัญหาคือ อาคารราชการไม่อยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร

ดังนั้นการแก้ไขงานของงานราชการจึงไม่จำเป็นต้องใช้หนังสือรับรองจากสภา การปลอดจึงสามารถเกิดขึ้นไม่ยาก หากเมื่อนับความรู้เห็นทางราชการ ที่แกล้งหลับตาไม่ตรวจสอบว่าเซ็นจริงหรือเปล่า ทุกอย่างก็ผ่านอย่างง่ายดาย ความมักง่ายของคณะกรรมการตรวจรับงาน ในการตรวจสอบ จนทำให้เกิดการก่อสร้างที่ไม่ได้คุณภาพ ผิดกฎหมาย จนทำให้มีคนตาย “สมควรติดคุกให้หมด”

“ไม่ว่าจะเป็นกรรมการตรวจรับงาน ผุ้ก่อสร้าง ผู้ควบคุมงาน ทั้งหมดนี้เป็นความxะยำ และเป็นสาเหตุที่สร้างตึกเต้าหู้จนถล่ม แม้ว่าแผ่นดินไหวไม่ได้รุนแรง ดูได้จากตึกอื่นๆ ใกล้เคียงไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากมาย จนอาจเป็นการทุจริตที่ทำให้เกิดคนตายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ตอนนี้คดีนี้ DSI รับเรื่องแล้ว ยังไม่รู้ว่ากองปราบฯ ว่ายังไง จะเป็นมวยล้มต้มคนดูหรือไม่ ต้องดูกันต่อไป เล่าคุ้มตังค์ละ รักษาสุขภาพ เอาชีวิตรอดกันนะทุกคน บาย”..

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @ช่างกฎหมายมันส์ – Letitbelaw