สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ว่า การปิดศูนย์ต่อต้านการบิดเบือนข้อมูลและการแทรกแซงจากต่างประเทศ ซึ่งเดิมเป็นที่รู้จักในชื่อ “โกลบอล เอ็นเกจเมนต์ เซ็นเตอร์” (จีอีซี) หรือ ศูนย์การมีส่วนร่วมระดับโลก เกิดขึ้นในขณะที่บรรดาผู้สันทัดกรณีชั้นนำที่เฝ้าติดตามโฆษณาชวนเชื่อ เตือนถึงความเสี่ยงของแคมเปญเผยแพร่ข้อมูลเท็จจากศัตรูของสหรัฐ เช่น รัสเซีย และจีน

เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว เพียงไม่สัปดาห์ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เข้ารับตำแหน่งในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา สภาคองเกรสไม่สามารถขยายเงินทุนของจีอีซีได้ หลังพรรครีพับลิกันกล่าวหามานานหลายปีว่า หน่วยงานดังกล่าวเซ็นเซอร์มุมมองของฝ่ายอนุรักษนิยม

ล่าสุด นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ ประกาศการปิดจีอีซีอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่า เจ้าหน้าที่รัฐต้องมีความรับผิดชอบ ในการรักษาและปกป้องอิสรภาพของชาวอเมริกันที่ใช้เสรีภาพในการพูดของพวกเขา

“ภายใต้รัฐบาลชุดก่อน สำนักงานแห่งนี้ ซึ่งทำให้ประชาชนเสียภาษีรวมมากกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 1,660 ล้านบาท) ใช้เงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการปิดปากและเซ็นเซอร์เสียงของชาวอเมริกัน ซึ่งการดำเนินการข้างต้นยุติลงในวันนี้” รูบิโอ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ การประกาศดังกล่าว มีขึ้นในช่วงเวลาที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ คาดว่าจะเสนอการจำกัดขอบเขตทางการทูตของรัฐบาลวอชิงตันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยปิดโครงการต่าง ๆ และสถานเอกอัครราชทูตหลายแห่งทั่วโลก เพื่อลดงบประมาณเกือบ 50%.

เครดิตภาพ : AFP