จากกรณี นายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ หรือ “พีช” บุตรชายของ นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ หรือ “นายกเบี้ยว” นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จ.ปทุมธานี ขับรถ BMW กระแทกรถกระบะบนทางด่วน เป็นเหตุให้รถกระบะพุ่งชนแบริเออร์พังเสียหาย ขณะที่คนขับคือ นายประจักษ์ ดวงใย อายุ 65 ปี และนางสมศรี ดวงใย อายุ 64 ปี ภรรยาที่นั่งมาในรถ ต่างได้รับบาดเจ็บ แต่ฝ่ายลูกชายของ นายกเบี้ยว กลับไม่ยอมให้ความช่วยเหลือ ทั้งยังลงไปต่อว่าแสดงความไม่พอใจ อ้างว่าฝ่าย นายประจักษ์ ขับรถปาดหน้าตนก่อนแล้วไม่ยอมจอดจึงใช้วิธีขับรถใช้ช่วงท้ายตบกระแทกใส่ รวมทั้งยังอ้างว่าตัวเองเป็นลูกชายของ “นายกเบี้ยว”
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล พ.ต.อ.กึกก้อง ดิศวัฒน์ ผกก.8 บก.ทล. พ.ต.ท.ธิติ พันธ์สวัสดิ์ รองผกก. (สอบสวน) ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล พ.ต.ท.จำเริญ หนูรัก สว.(สอบสวน) ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล. เดินทางเข้าประชุมติดตามความคืบหน้าในส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติจราจร กรณีคดีอุบัติเหตุขับรถเบียดกันบนทางด่วนมอเตอร์เวย์ ระหว่างนายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ หรือพีช กับ นายประจักษ์ ดวงใย

ภายหลังการประชุม เกือบ 1 ชม. พ.ต.อ.กึกก้อง ระบุว่า กรณีดังกล่าว แบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวงรับผิดชอบในส่วนแรก คือช่วงที่รถทั้งสองคันได้ขับออกจากช่องทางจ่ายเงิน M-Flow จากนั้นรถกระบะได้เบี่ยงจากเลนซ้ายไปขวา โดยไม่เปิดสัญญาณไฟจราจร ส่วนรถ BMW อยู่ในเลนขวาไม่ได้มีการชะลอความเร็ว ทำให้เกิดเหตุปาดกัน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมจะแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก กับทั้งสองฝ่าย โดยมีโทษปรับไม่เกิน 4,000 บาท (ส่วนของคดีอาญา ขับรถประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสให้ สภ.ลำลูกกา ดำเนินคดี)
แต่ในส่วนของนายพีช จะมีข้อหาเพิ่มคือ ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต เนื่องจากตรวจสอบพบว่าใบขับขี่หมดอายุตั้งแต่ 27 มิ.ย. 64 และในส่วนความเร็วที่ใช้ระหว่างเข้าด่านเก็บเงิน M-Flow เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ จะต้องตรวจสอบอีกครั้ง เนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันหยุดสงกรานต์ ไม่เสียค่าทางด่วน อีกทั้งในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์นายพีช ที่บริเวณหน่วยบริการทางหลวงมอเตอร์เวย์แล้ว ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ โดยได้ตรวจแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 10.56 น. วันที่ 16 เม.ย. ห่างจากช่วงเวลาที่เกิดเหตุประมาณ 2 ชั่วโมง

พ.ต.อ.กึกก้อง กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีทะเบียนป้ายแดง เบื้องต้นมีการตรวจสอบในวันเกิดเหตุพบว่า มีตราปั๊มนูน แต่ตรวจสอบไม่พบในฐานข้อมูล จะต้องส่งให้ทางกรมการขนส่งทางบกตรวจสอบอย่างละเอียด หลังจากนี้จะให้นายพีช นำเอกสารทะเบียนป้ายแดงมายืนยันว่าโชว์รูมเป็นผู้ออกให้หรือไม่ รวมถึงนำรถ BMW มาให้ตำรวจทางหลวงตรวจสอบ หากพบความผิดจึงจะส่งทั้งเอกสารและรถให้พนักงานสอบสวน สภ.ลำลูกกา ไปดำเนินคดีอาญาในความผิด ปลอมแปลงเอกสารทางราชการ ต่อไป
“…ในคดีความผิดในช่วงที่ 2 ที่นายพีชชนรถกระบะลุงได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นคดีอาญา ผู้รับผิดชอบคือพนักงานสอบสวน สภ. ลำลูกกา จ.ปทุมธานี” พ.ต.อ.กึกก้อง กล่าว
ทั้งนี้ในช่วงเย็นของวันนี้ (18 เม.ย. 68) ผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดของ นายพีช ได้ประสานมาที่ตำรวจทางหลวงว่าจะพา นายพีช จะเข้ามาให้ปากคำ ขณะที่ลุงประจักษ์ ยังต้องรอให้รักษาตัวหายก่อน จึงจะมีการเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาภายหลัง.




