สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ว่า อนุสรณ์สถานแห่งชาติทางทะเลของหมู่เกาะอันห่างไกลในมหาสมุทรแปซิฟิก สร้างขึ้นเมื่อปี 2552 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช และได้รับการขยายให้ใหญ่ขึ้นในยุครัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา เมื่อปี 2557
ปัจจุบัน อนุสรณ์สถานแห่งนี้มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่เกือบ 1.3 ล้านตารางกิโลเมตร หรือเกือบ 2 เท่าของอาณาเขตรัฐเทกซัส รวมถึงเกาะ และ อะทอลล์ หรือเกาะปะการังขนาดเล็ก 7 แห่ง
.@POTUS signs a proclamation opening the Pacific Remote Islands Marine National Monument to commercial fishing — giving a big boost to the economy of American Samoa and other Pacific islands pic.twitter.com/MZ6NfbWubP
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) April 17, 2025
กิจกรรมการประมงเชิงพาณิชย์ และการสกัดทรัพยากร อาทิ การทำเหมืองใต้น้ำ ถูกห้ามมาจนถึงปัจจุบัน แม้การตกปลาแบบดั้งเดิม และการตกปลาเพื่อสันทนาการจะยังคงได้รับอนุญาต
ทรัมป์ระบุในคำสั่งฝ่ายบริหารว่า การห้ามดังกล่าวทำให้ชาวประมงเชิงพาณิชย์ของสหรัฐเสียเปรียบ และถูกผลักดันให้ต้องไปตกปลาในทะเลที่ไกลออกไป โดยเฉพาะในน่านน้ำสากล เพื่อแข่งขันกับเรือจากต่างชาติซึ่งบริหารจัดการไม่ดี แต่กลับได้รับเงินอุดหนุนสูง
ผู้นำสหรัฐย้ำว่า การจัดการประมงเชิงพาณิชย์อย่างเหมาะสม จะไม่ทำให้สิ่งที่มีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ ในอนุสรณ์สถานตกอยู่ในความเสี่ยง
นอกจากนั้น คำสั่งฝ่ายบริหารระบุด้วยว่า เรือต่างชาติสามารถรับ “ใบอนุญาต” ในการขนถ่ายปลาที่จับโดยชาวประมงสหรัฐ และทรัมป์ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ไขหรือยกเลิกกฎระเบียบยุ่งยากทั้งหมด ซึ่งจำกัดการประมงเชิงพาณิชย์ในพื้นที่แห่งนี้.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



