เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 68 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาติดตามกรณีการซื้อขายที่ดิน “ภบท.5” บนโลกออนไลน์ และการโอนสิทธิครอบครองที่ป่าสงวนฯ เพื่อเอื้อ “นายทุนจีน” นำไปทำสวนทุเรียนใน ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา โดยเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา และอบต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อมฯ

นายชีวะภาพ กล่าวว่า ทาง กมธ.สิ่งแวดล้อม วุฒิสภา มีความกังวลต่อสถานการณ์การบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ โดยเฉพาะกรณีการซื้อขายที่ดิน “ภบท.5” บนโลกออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการล่อซื้อที่ดิน ภบท.5 จำนวนกว่า 300 ไร่ ใน จ.เพชรบูรณ์ และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่ดินมาประกาศขายในราคาไร่ละ 15,000 บาท จนกระทั่งทราบว่ามีขบวนการออกเอกสารรับรองการยกสิทธิที่ทำกินและสิทธิครอบครองที่ดินภบท.5 ให้แก่บริษัทนายทุนอีกหลายพื้นที่ โดยมีอดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นผู้เซ็นรับรอง ซึ่งเอกสารดังกล่าวมีตราครุฑและรูปแบบคล้ายกับหนังสือรับรองของทางราชการ ที่ทำให้นายทุนและชาวบ้านบางส่วนเข้าใจผิด คิดว่าที่ดิน ภบท.5 สามารถซื้อขายกันได้

“รูปแบบหนังสือแบบนี้ไม่รู้ไปเอามาจากไหนหรือเจ้าหน้าที่คิดเองทำเอง หากเป็นแบบนี้ต้องรีบแก้ไขและทำหนังสือเวียนเพื่อแจ้งยกเลิก ไม่งั้นข้าราชการจะมีความผิด โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบลก็เป็นหน่วยงานของรัฐ มีกฎหมายหลายตัวที่จะต้องรู้ จะบอกว่าไม่รู้ไม่รับทราบไม่ได้ เพราะเอกสารดังกล่าวจะทำให้สังคมเข้าใจผิด”

นายชีวะภาพ ยังกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานด้วยความรัดกุม เนื่องจากบริษัทนายทุนผู้ครอบครองอาจจะใช้เอกสารรับรองการยกสิทธิที่ดินจากทางอบต.มาใช้ต่อสู้ในข้อกฎหมาย รวมทั้งอบต. ที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าให้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อประกอบสำนวนการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ เรื่องนี้ต้องทำให้ถึงที่สุดและต้องหยุดยั้งทั้งประเทศให้ได้ ไม่งั้นการซื้อขายที่ดิน ภบท.5 จะเป็นบ่อเกิดของการรุกป่า หากหยุดยั้งขบวนการเหล่านี้ไม่ได้ จะทำให้เราเสียพื้นที่ป่าไปถึงวันละ 800 ไร่.