สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกัน 4,306 คน โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ส ร่วมกับศูนย์วิจัยอิปซอส จัดทำเป็นเวลา 6 วัน และเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ พบว่าคะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ อยู่ที่ 42% ลดลง 1% จากการสำรวจเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น ซึ่งคะแนนความนิยมของทรัมป์อยู่ที่ 43%


แม้คะแนนความนิยมดังกล่าวยังถือว่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลอด 4 ปีของผู้นำคนก่อนหน้า คือประธานาธิบดีโจ ไบเดน แต่ถือว่า เป็นระดับต่ำที่สุด นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐสมัยที่สอง เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ ประมาณ 83% ของกลุ่มตัวอย่าง กล่าวว่า ทรัมป์ต้องยอมรับคำพิพากษาของศาล แม้ผลที่ออกมาไม่เป็นไปตามที่ต้องการก็ตาม
ขณะที่ 57% ของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่ง 1 ใน 3 เป็นฝ่ายสนับสนุนพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่ทำเนียบขาวระงับงบประมาณสนับสนุนมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เพียงเพราะไม่พอใจกระบวนการบริหารของมหาวิทยาลัยแห่งนั้น


ด้าน 66% ของกลุ่มตัวอย่าง มองว่า “ไม่ใช่หน้าที่” ของประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จะเข้าไปควบคุมการบริหารของหน่วยงานด้านวัฒนธรรม อาทิ พิพิธภัณฑ์ และโรงละครแห่งชาติ อนึ่ง ทรัมป์มีคำสั่งเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ให้สถาบันสมิธโซเนียน ยุติ “การจัดแสดงแนวคิดที่ไม่เหมาะสม” และผู้นำสหรัฐยังตั้งตัวเองเป็นประธาน ศูนย์ศิลปะการแสดงแห่งชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี หรือ ศูนย์เคนเนดี

นอกจากนี้ 59% ของกลุ่มตัวอย่าง ให้ความเห็นว่า สหรัฐกำลังสูญเสียความน่าเชื่อถือบนเวทีโลก และ 53% ของกลุ่มตัวอย่าง กล่าวว่า ทรัมป์ไม่ควรลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมัยที่สาม.

เครดิตภาพ : AFP