นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานพิธีเปิดมหกรรมแข่งขันประชันเสียงนกปรอดหัวโขนนานาชาติ และจำหน่ายสินค้าระดับจังหวัดใน 5 จังหวัด โดยมี พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หัวหน้าส่วนราชการ ผู้เข้าแข่งขัน ตลอดจนประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ ตลอดจนต่างประเทศ เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ณ เวทีกลางศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา

พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า นกปรอดหัวโขน หรือ นกกรงหัวจุก เป็นสัตว์เลี้ยงที่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นิยมเลี้ยงเป็นจำนวนมาก จากการศึกษาวิจัยของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า มูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ตลอดห่วงโซ่ของธุรกิจการเลี้ยงนก ตั้งแต่ต้นน้ำ ได้แก่ อาชีพและอุปกรณ์เลี้ยงนก ทั้งการทำกรงนก ผ้าคลุม อาหารนก และแรงงานในการเลี้ยงนก กลางน้ำ ได้แก่ การเพาะเลี้ยง และฟาร์มนก ปลายน้ำ เป็นการจัดการแข่งขัน สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้ประชาชน กว่า 300 ล้านบาทต่อปี  

ตามที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายการส่งเสริม Soft Power ขึ้นเมื่อปี 2566 สำหรับในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 เห็นชอบให้ขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ผ่านสัตว์เลี้ยงเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ “นกปรอดหัวโขน” เพื่อให้เกิดวงจรการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน บนพื้นฐานการทำงานที่ไม่ทำให้นกปรอดหัวโขนตามธรรมชาติมีจำนวนลดลง โดยให้ ศอ.บต. ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกระทรวงวัฒนธรรม ดำเนินการทำงานร่วมกับนักวิชาการด้านชีววิทยา และกลุ่มเลี้ยงนกและเพาะพันธุ์นกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างใกล้ชิด

หลังจากมติ กพต. ได้มีการดำเนินการส่งเสริมอาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับวงจรการเลี้ยงนก ทั้งการทำกรงนก ผ้าคลุม อาหารนก และฝึกอบรมทักษะการเพาะเลี้ยงนก สามารถจัดตั้งกลุ่มอาชีพและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องและได้นำครัวเรือนยากจนเข้ามาทำงานให้มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 100 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนและอนุรักษ์ การปล่อยนกคืนสู่ป่ามากกว่า 1,000 ตัวต่อปี

สำหรับการจัด “มหกรรมแข่งขันประชันเสียงนกปรอดหัวโขนนานาชาติ” จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 19-20 เมษายน 2568 เป็นกิจกรรมปลายน้ำ มีการแข่งขันนก 5 ประเภท โดยมีนกจากประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ เข้าร่วมกว่า 3,000 ตัว พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ การอนุรักษ์ นิทรรศการวงจรการเลี้ยงนก และการจำหน่ายสินค้าในชุมชน ซึ่งจะก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท

ด้าน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา กล่าวว่า การจัดการแข่งขันครั้งนี้ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการจัดงานนี้เป็นการขับเคลื่อนงานภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อน soft power ในพื้นที่ เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนจากการเลี้ยงนกปรอดหัวโขน รวมไปถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่ได้นำอาหารมาจัดจำหน่ายภายในงานด้วย ซึ่งรัฐบาลเองจะต้องหาแนวทางในการแก้ไขกฎหมายเพื่อที่จะส่งเสริมให้กลุ่มผู้เลี้ยงสามารถเลี้ยงนกได้อย่างไม่ผิดกฎหมาย และได้มีการพัฒนาขยายสายพันธุ์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญพันธุ์ “ผมรู้สึกดีใจมากที่ประเทศไทยของเราเป็นประเทศแรกที่ได้ผสมพันธุ์นกปรอดหัวโขน ด้วยฝีมือของคนในพื้นที่เองสามารถมีการกำหนดลวดลายสีต่างๆ ได้ด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนทั่วไปจะทำกันได้ เป็นความสามารถพิเศษของคนไทย รวมไปถึงกรงนกที่เป็นงานฝีมือ เป็นงานศิลปะมีความรักความชอบในการเลี้ยงนก สามารถสร้างรายได้จำนวนมหาศาล ดังนั้นอยากให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ว่า รัฐบาลพร้อมที่จะส่งเสริมและสนับสนุน soft power ผ่านสัตว์เศรษฐกิจที่มีอยู่ในพื้นที่

นอกจากนี้ นายวันมูหะมัดนอร์  มะทา ประธานรัฐสภา พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการโครงการขับเคลื่อนยกระดับนกปรอดหัวโขนเป็นสัตว์เศรษฐกิจและการขับเคลื่อนนโยบายของ ศอ.บต. ด้วย