“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า กระทรวงคมนาคม ได้ติดตามความพร้อมการเปิดบริการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายช่วงสถานีศรีรัช-เมืองทองธานี ซึ่งได้รับรายงานเบื้องต้นว่า ขณะนี้ บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) ผู้รับสัมปทานโครงการส่วนหลักสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ยังทดสอบการเคลื่อนที่ขบวนรถไฟฟ้า 1 ขบวน จากสถานีเมืองทองธานี (PK10) ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู (สายหลัก) ที่เปิดบริการในปัจจุบัน ไปยังส่วนต่อขยาย 2 สถานี คือ สถานีอิมแพ็คเมืองทองธานี (MT01) และสิ้นสุดที่สถานีทะเลสาบเมืองทองธานี (MT02) โดยวิ่งไป-กลับแบบไม่มีผู้โดยสาร

นอกจากนี้ ยังทดสอบการทำงานอุปกรณ์ต่างๆ ร่วมกันของระบบรถไฟฟ้า (interface) อย่างต่อเนื่องในหลายขั้นตอน ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบราง ระบบตัวรถ และการควบคุมการเดินรถ ด้วยความเร็วต่ำและเพิ่มขึ้นไปจนใกล้เคียงกับรถไฟฟ้าโมโนเรลสายหลักที่ให้บริการในปัจจุบันที่ใช้ความเร็วเฉลี่ย 30-40 กม./ชม. (ความเร็วสูงสุดประมาณ 80 กม./ชม.)
ผลการทดสอบเดินรถตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. 2568 นานเกือบ 1 เดือน เรียบร้อยดี และจะทดสอบเพิ่มเติมต่อเนื่อง พร้อมฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุในสถานการณ์ต่างๆ (Trail Run without Passenger) ทั้งนี้ ประมาณกลางเดือน พ.ค. 2568 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และวิศวกรที่ปรึกษาอิสระ (Independent Certification Engineer : ICE) จะร่วมทดสอบประเมินความพร้อม และความปลอดภัย หากพบปัญหา หรือข้อบกพร่องใดๆ จะให้แก้ไขก่อนเริ่มทดสอบในขั้นตอนต่อไป เมื่อผ่านประเมิน และได้รับอนุญาตจาก รฟม. จะทดสอบเดินรถแบบมีผู้โดยสาร (Trial Run with Passenger) ต่อไป

รถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยาย ช่วงสถานีศรีรัช-เมืองทองธานี ระยะทาง 2.8 กม. ยังยึดแผนงานเดิม โดยจะเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการโดยไม่เก็บค่าโดยสารปลายเดือน มิ.ย. 2568 ประมาณ 1 เดือน และจะเปิดบริการเต็มรูปแบบเก็บค่าโดยสารตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 2568 อัตรา 15-22 บาท จากนั้นตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2568 รถไฟฟ้าสายนี้ จะเข้าร่วมมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย ตามนโยบายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ด้วย

เบื้องต้นประมาณเดือน ส.ค. 2568 จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อรับสิทธิมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย โดยต้องนำบัตร EMV และบัตรแรบบิทที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ไปลงทะเบียน เพื่อจะได้ทราบว่าในการเดินทาง 1 ครั้ง แต่ละคนเดินทางรถไฟฟ้าสายใด และเชื่อมต่อการเดินทางกับรถไฟฟ้าสายใด ระบบจะได้เคลียร์เงินค่าโดยสาร และชดเชยส่วนต่างให้ผู้ประกอบการเดินรถได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ รถไฟฟ้าสายสีชมพูทั้งส่วนหลัก และส่วนต่อขยายรองรับทั้งบัตร EMV บัตรเดบิทและเครดิตที่ใช้ชิปไร้การสัมผัส (Contactless : คอนแทคเลส) ที่มีสัญลักษณ์คล้ายไวไฟและบัตรแรบบิท



