เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีรายงานข่าวว่าเจ้าพนักงานตำรวจศาลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้สืบสวนและจับกุม นายพิเชษฐ หรือพิเชษ จำเลย หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ อท.(ผ) 50/2559 ข้อหาความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ และความผิดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

สืบเนื่องจาก ระหว่างวันที่ 15 พ.ย. 2549-14 พ.ย. 2555 นายพิเชษฐ จำเลย ซึ่งเป็นพนักงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการส่วนสินค้าจำนำฝ่ายบริหารหนี้ และนิติกรรมของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย อันเป็นองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ได้ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบและปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตด้วยการเอาทรัพย์สินรอการขายของธนาคาร ซึ่งเป็นที่ดินที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดพิจิตร ให้บุคคลอื่นเช่าโดยไม่ได้รับอนุมัติจากธนาคาร แล้วนำเงินที่ได้จากการเช่าดังกล่าวไปเป็นประโยชน์ส่วนตน

ชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธและได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

ต่อมาศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8, 11 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตร พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ลงโทษจำคุก 30 ปี แต่จำเลยหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. 2559

กระทั่งวันที่ 10 พ.ย. 2564 เจ้าพนักงานตำรวจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุมตัวจำเลยตามหมายจับของศาลได้ ที่ อ.บ้านแพง จ.ราชบุรี

สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นับแต่วันที่มีการแต่งตั้งเจ้าพนักงานตำรวจศาลเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2563 เจ้าพนักงานตำรวจศาลได้จับกุมตัวจำเลยที่หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษารวมทั้งสิ้น 8 คน ซึ่งยังมีจำเลยหลบหนีอีกบางส่วนอยู่ในระหว่างการติดตามจับกุมของเจ้าพนักงานตำรวจศาล.