เมื่อวันที่ 22 เม.ย. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดมีพระสังเวชนียธรรม โดยเหตุการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2568 ความว่า สักขีพยานแห่งมิตรภาพซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก และนครรัฐวาติกัน ผู้ทรงสมณคุณ ได้ทรงสร้างสรรค์ไว้ ยังพิมพ์ใจคณะสงฆ์ไทย และประชาชนชาวไทยมิเสื่อมคลาย การที่ทรงพระอุตสาหะเสด็จมาเยือนราชอาณาจักรไทย ซึ่งเสมอด้วยการมาเยือนของมิตรแท้อันเก่าแก่ของคนไทย อีกทั้งการที่เสด็จมาทรงเยี่ยมข้าพเจ้าถึงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม อันเป็นมงคลสถานเดิมสำหรับศาสนสัมพันธไมตรี ช่วยร่นวิถีระยะแห่งความห่างไกล ปรับความไม่เข้าใจ เปลี่ยนความไม่รู้จัก และคลายความคลางแคลง ให้กลายกลับเป็นความสนิทสนมกลมเกลียวกระชับมั่นได้โดยแท้จริง

ขออัญเชิญพระพุทธานุศาสนี ที่เคยถวายพระพรรับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสไว้แต่หนนั้น ให้รุ่งโรจน์เป็นสิริอยู่กลางใจของศาสนิกชนทั้งสองศาสนา และของประชากรทั้งสองอาณาจักรอีกคำรบว่า “ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมมีผู้บูชาในที่ทั้งปวง ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมผ่านพ้นศัตรูทั้งปวง” บัดนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์นั้น เสด็จนิราศล่วงลับผ่านพ้นศัตรูแห่งรูปขันธ์ทั้งปวง จากปวงมิตรบนมนุษยโลกไปแล้ว คงเหลือแต่มนุญผลของความไม่ประทุษร้าย ที่พระองค์ทรงเพียรบำเพ็ญเป็นพลวเหตุ อันได้แก่ความเคารพบูชาที่มหาชนทุกชาติทุกศาสนา ยังคงมีอย่างเต็มเปี่ยมอยู่ในสำนึกและในความทรงจำ

ด้วยอานุภาพแห่งพระเมตตาธรรม และด้วยศุภผลแห่งพระกุศลจริยา คือความเป็นมิตรผู้ประเสริฐ เป็นอาทิ ขอสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ซึ่งแม้เสด็จสิ้นพระชนม์แล้ว หากยังทรงดำรงอยู่ด้วยพระคุณ ทรงพระนามาภิไธยสถิตสถาพร เป็นปูชนียฐานอันประเสริฐของศาสนิกบริษัท เป็นทิฏฐานุคติแห่งสมณะ ผู้แสวงหา สร้างสรรค์ และดลบันดาลสันติภาพ ให้บังเกิดในหมู่มวลมนุษยชาติ ตราบจิรัฏฐิติกาล