ยุคสมัยนี้ เด็กๆ สายตาสั้นกันมากขึ้น! เพราะจ้องจอนาน ทำให้การดูแลสายตาของลูกน้อยเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ แล้ววิธีป้องกันสายตาสั้นที่ได้ผลมีอะไรบ้าง? มาดูกัน!
3 วิธีป้องกันสายตาสั้นที่ทั่วโลกยอมรับ
ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาทั่วโลกยอมรับ 3 วิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันสายตาสั้นในเด็ก ได้แก่
- คอนแทคเลนส์ปรับรูปกระจกตา (OK lenses)
เหมาะสำหรับเด็กสายตาสั้นตั้งแต่ 75 ถึง 500 องศา และมีอายุ 8 ปีขึ้นไป ใส่คอนแทคเลนส์นี้เฉพาะตอนกลางคืน ขณะนอนหลับ เลนส์จะค่อยๆ ปรับรูปร่างกระจกตา ทำให้ตอนเช้าหลังตื่นนอน สายตาสามารถมองเห็นชัดได้ถึง 1.0 (20/20) โดยไม่ต้องใส่แว่น
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของสายตา 1.0 มีระยะเวลาจำกัด บางคนอาจคงอยู่ได้ 24 ชั่วโมง บางคนอาจแค่ 10 ชั่วโมง ทำให้ต้องใส่เลนส์นี้ทุกคืน
การใส่ OK lenses ไม่เหมือนการซื้อคอนแทคเลนส์ทั่วไป ต้องไปตรวจและสั่งจ่ายโดยจักษุแพทย์ในโรงพยาบาลเท่านั้น ก่อนใส่ ต้องได้รับการตรวจตาอย่างละเอียด
OK lenses เป็นเหมือนการ “เบรกฉุกเฉิน” ในช่วงที่สายตาสั้นของเด็กเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วยชะลอความเร็วการเพิ่มขึ้นของค่าสายตา แต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และมีประสิทธิภาพประมาณ 70% เท่านั้น ไม่ได้ผล 100% อย่างที่หลายคนเข้าใจ และได้ผลดีกับผู้ที่มีสายตาสั้นไม่เกิน 500 เท่านั้น
สำหรับเด็ก การป้องกันไม่ให้สายตาสั้นตั้งแต่แรก คือทางเลือกที่ดีที่สุด
- ยาหยอดตาอะโทรปีน (Atropine) ความเข้มข้น 0.01%
เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ว่ามีประสิทธิภาพในการควบคุมสายตาสั้น คิดค้นโดยผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ และได้รับความสนใจจากนักวิจัยทั่วโลก
เช่นเดียวกับ OK lenses ยาหยอดตาอะโทรปีน 0.01% ก็มีประสิทธิภาพประมาณ 70% และผู้ปกครองบางรายพบว่าประสิทธิภาพลดลงเมื่อใช้ไปสักพัก ในกรณีนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนวิธีการควบคุมสายตา
- การทำกิจกรรมกลางแจ้ง
ผลวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์ด้านสายตาชาวออสเตรเลีย พบว่าเด็กในห้องเรียนพิเศษ 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งทำกิจกรรมกลางแจ้งน้อยมาก อีกกลุ่มทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ หลังผ่านไป 3 ปี พบว่าเด็กกลุ่มที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งน้อย มีอัตราการเกิดสายตาสั้นสูงกว่าอีกกลุ่มถึง 30%
ผลการวิจัยนี้ได้รับความสนใจจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก และมีการทดลองซ้ำหลายครั้งได้ผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกัน ยืนยันว่าการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สามารถป้องกันสายตาสั้นได้ ระยะเวลาที่แนะนำคือ 1-2 ชั่วโมงต่อวัน

วิธีอื่นๆ ที่น่าสนใจ
สำหรับเด็กบางคนที่ใช้ OK lenses หรือยาหยอดตาอะโทรปีนแล้วไม่ได้ผล หรือไม่มีเวลาออกไปกลางแจ้ง เพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย อาจมีทางเลือกอื่น เช่น เครื่องฉายแสงสีแดงความถี่ต่ำ (Low-Level Red Light Therapy หรือ LLLT)
เครื่องนี้จะช่วยเพิ่มระยะเวลาที่ดวงตาได้รับแสง โดยจะฉายแสงสีแดงกึ่งตัวนำ (Semi-conductor red light) ซึ่งเชื่อว่าสามารถทำให้ชั้นคอรอยด์ (Choroid) ที่อยู่ใต้จอประสาทตาหนาขึ้นชั่วคราว เมื่อคอรอยด์หนาขึ้น แกนลูกตาจะสั้นลง ทำให้แสงที่เข้ามาในตาโฟกัสบนจอประสาทตาได้แม่นยำขึ้น ช่วยปรับปรุงสายตาและชะลอการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้น
สำหรับเด็กที่มีสายตาสั้นมากกว่า 500 หรือ 600 ซึ่งอาจไม่เหมาะกับการใส่ OK lenses ยังมีทางเลือกอื่นในการชะลอความก้าวหน้าของสายตาสั้น เช่น เลนส์สัมผัสชนิดพิเศษ (Defocus soft contact lenses) และ แว่นสายตาชนิดพิเศษ (Defocus spectacle lenses)
หากสายตาสั้นเกิน 600 แต่ไม่เกิน 1200 อาจเลือกใส่เลนส์สัมผัสชนิดพิเศษในเวลากลางวัน หากใส่ไม่สบาย ก็สามารถเลือกใส่แว่นสายตาชนิดพิเศษแทนได้
ในบางกรณีที่เด็กมีค่าสายตาสั้นไม่สูงมาก ผู้ปกครองอาจต้องการให้เด็กใส่ทั้ง OK lenses และเลนส์สัมผัสชนิดพิเศษพร้อมกัน ซึ่งสามารถทำได้โดยใส่เลนส์แต่ละชนิดในตาทีละข้าง แล้วสังเกตว่าวิธีไหนให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ก็เลือกใช้วิธีนั้น
ที่มาและภาพ : sohu, freepik



