สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองหนานจิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ว่า ผู้คนในจีนใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้าลักษณะนี้กันมานาน สถิติระบุว่า จำนวนจักรยานยนต์ไฟฟ้าในจีน สูงเกิน 400 ล้านคัน เมื่อปี 2566 ขณะที่หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มต้นจัดสรรเงินอุดหนุนการซื้อจักรยานยนต์ไฟฟ้า เมื่อปี 2566 เพื่อส่งเสริมการใช้ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า ที่จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและมลพิษ ทำให้จักรยานยนต์ไฟฟ้าจากจีนกลายเป็นตัวเลือกใหม่ ด้วยจุดเด่นด้านความปลอดภัยและความเป็นมิตรกับสิ่งแวล้อม
ข้อมูลจากเอบีม คอนซัลติง เปิดเผยว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้แซงหน้ายุโรปและสหรัฐ กลายเป็นตลาดผลิตและจำหน่ายจักรยานยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดอันดับสามของโลก รองจากอินเดียและจีน
จักรยานยนต์ไฟฟ้าของจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตจักรยานยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังแพร่หลายไปทั่วโลก สถิติการส่งออกจักรยานยนต์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้าของจีน สูงเกิน 40,000 ล้านหยวน (ราว 183,000 ล้านบาท) เป็นครั้งแรก เมื่อปี 2567 และมีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดสำคัญ
จักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ส่งออกสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนใหญ่มาจากเมืองอู๋ซี มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของจีน ซึ่งครองสมญานาม “บ้านเกิดยานพาหนะไฟฟ้าในจีน” ด้วยปริมาณการผลิตจักรยานยนต์ไฟฟ้ากว่า 15 ล้านคันต่อปี และส่งออกจักรยานยนต์ไฟฟ้าสู่ประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ กว่า 140 แห่งทั่วโลก
ทั้งนี้ “ยาเดีย” หรือ “หย่าตี๋” เป็นแบรนด์หนึ่ง ที่มาจากเมืองอู๋ซี ซึ่งวางแผนพัฒนาธุรกิจในไทย และประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ถือเป็นตลาดบลูโอเชียน (Blue Ocean) ของธุรกิจจักรยานยนต์ไฟฟ้า
นายเสิ่น อวี๋ ผู้อำนวยการบริหารของหย่าตี๋ โฮลดิง หรือยาเดีย กล่าวว่า ลูกค้าชาวไทยส่วนใหญ่เหมือนลูกค้าชาวจีน ที่ให้ความสำคัญกับราคา ประสิทธิภาพทางพลังงาน และความสะดวกในการชาร์จ แต่กับลูกค้าชาวไทยให้ความสำคัญกับความทนทานของตัวรถในฤดูฝน รวมถึงความทนทานต่ออุณหภูมิสูง และสภาพถนนในพื้นที่ชนบทด้วย พร้อมทั้งเสริมว่า สงครามราคาไม่ใช่คำตอบ แต่การสร้างรากฐานคุณภาพที่แข็งแกร่งผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยี จะช่วยให้จักรยานยนต์ไฟฟ้าจากจีน ได้รับเสียงตอบรับที่ดี ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากนั้น การเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) และการบริการจัดส่งสินค้าหรืออาหารในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย ยังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจแก่บริษัทจักรยานยนต์ไฟฟ้าจากจีนด้วย.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA



