จากกรณีโลกออนไลน์ต่างพูดถึง พร้อมวิจารณ์กรณีของ “พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย” สว. จากกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ผลคะแนนอันดับที่สูงที่สุด โดยในเอกสารวุฒิการศึกษาที่เธอยื่นนั้น มีการระบุว่าจบ ดร. จาก California University FCE จนเป็นที่พูดถึงอย่างเป็นวงกว้าง อีกทั้ง บางคนเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับการได้รับวุฒิการศึกษาและการทำงานในฐานะแพทย์ของเธอ ทำให้เกิดข้อสงสัยในเรื่องความน่าเชื่อถือ ของการแนะนำทางการแพทย์ของเธอในสื่อสาธารณะ
นอกจากนี้ ดราม่าหมอเกศมีความรุนแรงขึ้น เมื่อเธอถูกวิจารณ์จากบางกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย และไม่เชื่อถือในข้อมูลหรือประวัติการศึกษาของเธอ จึงมีการแชร์และพูดถึงในโซเชียลมีเดีย ซึ่งทำให้ชื่อเสียงของเธอได้รับผลกระทบ ต่อมา หมอเกศได้ออกมาชี้แจงถึงการศึกษาของตัวเอง และการประกอบอาชีพในฐานะแพทย์ แต่ก็ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกวิจารณ์ในบางกลุ่มผู้คน อีกทั้งเรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อ กกต. ได้มีการพิจารณาและมีมติให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาตามมาตรา 62 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 เพื่อวินิจฉัยสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กรณีกระทำการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิด ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
กกต.ฟัน ‘หมอเกศ’ชงศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง อ้างจบด็อกเตอร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย
เปิดทรัพย์สิน “สว.หมอเกศ” รวย 126 ล้านบาท หนี้ 43 ล้าน แขวนป้ายหมอ ฟันรายได้ 210,000 บาท ต่อปี มีที่ดินเพชรบุรี 50 กว่าแปลง สร้อยทอง-เพชร กระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาหรู เพียบ
โดยวันนี้ทาง “เดลินิวส์ออนไลน์” จะพาทุกคนมารับรู้เรื่องราวที่เป็นกระแสดราม่าที่เกิดขึ้น หลังสำนักงาน ป.ป.ช. ได้เปิดบัญชีทรัพย์สิน “หมอเกศ” ในช่วงที่เข้ารับตำแหน่ง สว.
สำหรับ สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ “หมอเกศ” ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง สว. ทั้งนี้ น.ส.เกศกมล และนายอนุสรณ์ ซึ่งเป็นคู่สมรส ซึ่งจดทะเบียนเมื่อ 21 ส.ค. 2550 และบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อและอายุรวม 4 คน อีกทั้ง พบว่ามีทรัพย์สินรวม 126.8 ล้านบาท และหนี้สินรวม 43.2 ล้านบาท และแบ่งเป็นทรัพย์สินของ น.ส.เกศกมล 86,815,845 บาท ประกอบด้วยเงินฝาก 22 บัญชี 1,329,669 บาท เงินให้กู้ยืม 800,000 บาท แก่ น.ส.วีณา ผาติวุฒิ ยอดหนี้เหลือเต็มจำนวน นอกจากนี้ยังมีที่ดิน 41 แปลง ใน จ.เพชรบุรี และนนทบุรี รวม 54,898,870 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างจำนวน 12 หลัง เป็นทั้งบ้านและตึกแถวรวม 22,550,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 5,508,367 บาท

อีกทั้ง เป็นเงินประกันชีวิตและการผ่อนชำระที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สินอื่น 1,728,938 บาท และมีหนี้สิน 23,708,290 บาท แบ่งเป็นเงินเบิกเกินบัญชี 146,503 บาท เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 6 บัญชี 6,517,286 บาท หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ 17,044,500 บาท เป็นสัญญาเงินกู้รวม 5 ฉบับ คือ 1.นางสุทินี แขวงทรัพย์ ทำสัญญา 15 มิ.ย. 61 จำนวน 9 ล้านบาท 2.นายชัยยศ ยรรยงเวโรจน์ โดยนายธนชัย ยศสินศักดิ์ (แทน) ทำสัญญาเงินกู้ 24 พ.ค. 2562 จำนวน 3.5 ล้านบาท ยอดหนี้คงเหลือ 3,544,500 บาท 3.นายปิยะ แก้วทิพยเนตร ทำสัญญาเงินกู้ 16 พ.ค. 2567 จำนวน 1.5 ล้านบาท 4.นางชุติมา บุญประดิษฐ์ ทำสัญญาเงินกู้ 21 พ.ค. 2567 จำนวน 1.5 ล้านบาท 5.นายชัยยศ ยันยงเวโรจน์ โดยนายวิชา แสงหิรัญ (แทน) ทำสัญญาเงินกู้ 6 ธ.ค. 2561 จำนวน 1.5 ล้านบาท
นอกจากนี้ แจ้งมีรายได้ต่อปีรวม 782,800 บาท โดยเป็นรายได้จากการแขวนป้าย (หมอ) 210,000 บาท รายได้จากเงินเดือน สว. 567,800 บาท รายได้จากค่าเช่าที่ต่อปี 5,000 บาท และมีรายจ่ายต่อปีรวม 476,800 บาท แบ่งเป็น ค่าโทรศัพท์ 52,800 บาท ค่าไฟฟ้า 250,000 บาท ค่าน้ำประปา 12,000 บาท ค่าเล่าเรียนบุตร 78,000 บาท ค่าผ่อนชำระที่ดิน 84,000 บาท
นอกจากนี้ ส่วนนายอนุสรณ์ มีทรัพย์สินรวม 39,985,138 บาท แบ่งเป็นเงินสด 28,000 บาท เงินฝาก 11 บัญชี 1,928,915 บาท เงินลงทุนในรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ รวม 45 คัน รวม 11,699,185 บาท เงินให้กู้ยืม 1,736,000 บาท โดยให้กู้ยืมแก่บุคคล 3 ราย คือนายดีน เขตสาลี เมื่อ 19 ต.ค. 2565 ยอดหนี้เหลือเต็มจำนวน 400,000 บาท นายจิรันธนิน นันทโชคจารุนันต์ เมื่อ 4 ม.ค. 2567 จำนวน 500,000 บาท ยอดหนี้เหลือ 350,000 บาท และนายชยวนันท์ วรมณีภาพันธ์ เมื่อ 23 ก.ค. 2567 ยอดหนี้เหลือเต็มจำนวน 836,000 บาท ที่ดิน 15 แปลงใน จ.เพชรบุรี และ กทม. 11,916,300 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 3 หลัง เป็นบ้าน 2 ชั้น และตึก 4 ชั้น 2 หลัง รวม 10 ล้านบาท สิทธิและสัมปทาน 2,421,736 บาท โดยเป็นเงินประกันชีวิต เงินมัดจำสมาชิกรถยนต์ และการผ่อนชำระที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

อีกทั้ง ทรัพย์สินอื่น 255,000 บาท และมีหนี้สิน 19,503,380 บาท โดยเป็นเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 3 บัญชี 18,003,380 บาท หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ 1.5 ล้านบาท โดยระบุทำสัญญาเมื่อ 6 ธ.ค. 2565 ผู้ให้กู้คือนายชัยยศ ยรรยงเวโรจน์ โดยนายวิชา แสงหิรัญ (แทน) และแจ้งมีรายได้ต่อปี 6 ล้านบาท จากการขายรถมือสอง มีรายจ่ายต่อปีรวม 2,323,600 บาท แบ่งเป็นค่าโทรศัพท์ 35,600 บาท ค่าไฟฟ้า 84,000 บาท ค่าน้ำประปา 12,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการลงทุนทำธุรกิจ 2 ล้านบาท ค่าเลี้ยงดูบิดามารดา 120,000 บาท ค่าผ่อนชำระที่ดิน 72,000 บาท
อย่างไรก็ตาม แจ้งว่าบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมีบัญชีเงินฝาก 4 บัญชีรวม 3,495 บาท สำหรับทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจของทั้งคู่ส่วนใหญ่เป็นสร้อยคอทองคำ และสร้อยข้อมือทอง อาทิ สร้อยข้อมือทองคำฝังเพชร 1 เส้น มูลค่า 120,000 บาท สร้อยคอทองคำฝังเพชร 1 เส้น มูลค่า 150,000 บาท นอกจากนี้ยังมีนาฬิกา Rolex Datejust มูลค่า 250,000 บาท กำไลทองฝังเพชร Bulgari มูลค่า 95,000 บาท กระเป๋าแบรนด์เนม 67 ใบ อาทิ กระเป๋าเสื้อผ้า louis vuitton มูลค่า 40,000 บาท กระเป๋าสะพาย gucci มูลค่า 25,000 บาท แหวนเพชร มูลค่า 80,000 บาท กำไลข้อมือ louis vuitton มูลค่า 25,000 บาท นาฬิกาRolex Datejust หน้าขีด ฝังเพชร มูลค่า 100,000 บาท นาฬิกา Tag Heuer คิงไซซ์ ก้างปลา 2 กษัตริย์ มูลค่า 25,000 บาท เป็นต้น
ขอบคุณภาพ : หมอเกศ เกศกมล เปลี่ยนสมัย



