เมื่อวันที่ 20 พ.ค. นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ประธาน กมธ. ให้สัมภาษณ์ว่า คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญหน่วยงานต่างๆ ให้ข้อเท็จจริง กรณีเหตุการณ์รถไฟชนรถโดยสารประจำทาง ณ แยกมักกะสัน ประเด็นแรกเรื่องการเยียวยาผู้เสียชีวิตได้รับเงิน 2,390,000 บาท แต่ติดปัญหาที่ยังจ่ายไม่ได้ เนื่องจากมี 2 ราย ที่ยังพิสูจน์อัตลักษณ์ไม่ได้ ส่วนอีก 6 ราย เป็นเรื่องเซอร์ไพร้ส์มาก ที่ทางประกันแจ้งว่าไม่มีเลขประจำตัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งทาง กมธ. ได้ให้ไปดำเนินการ โดยให้ตำรวจส่งเลขประจำตัวไปให้บริษัทประกันในขณะนั้น

ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยืนยันกับ กมธ. ว่าระบบเป็นไปตามมาตรฐานสากลแล้ว การสื่อสารระหว่างคนขับรถไฟและนายสถานีเป็นไปตามปกติ กมธ. จึงเสนอให้ไปอัปเกรดระบบ เช่น การติดกล้องเพิ่ม ซึ่งกล้องวงจรปิดที่ได้จากหน่วยงานต่างๆ ยังมีปัญหาเรื่องระบบเวลาไม่ตรงกัน

นายศุภณัฐ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาไม่มีระเบียบของ รฟท. ที่รองรับการตรวจสารเสพติดเลย มีแค่ตรวจตอนสมัครงานครั้งแรกและต่ออายุใบอนุญาต แต่ระหว่างการทำงานนั้นไม่มีการตรวจ แต่ในขณะนี้มี พ.ร.บ.ขนส่งทางรางที่ออกมาใหม่ หลังจากนี้ รฟท. จะรับไปดำเนินการ อย่างไรก็ตาม รฟท. เรียกร้องว่าจุดตัดกับถนนมีเยอะเกินไปตามเส้นทางมีทุก 1 กิโลเมตร ถ้าจะให้หยุดทุกจุดคงไม่ต้องไปไหน ยังไม่ทันได้ออกตัวก็เตรียมหยุดแล้ว

“มีการเรียกร้องไปถึงการบริหารจัดการจราจร เพราะนายสถานีต้องเป็นคนทำทุกอย่าง ทั้งเอาไม้กั้นลง ไปโบกธง ใช้วิทยุสื่อสาร จัดการจราจรในพื้นที่บริเวณนั้น มีการเปรียบเปรยว่าลองมาทำดูหรือไม่ ผมเข้าใจจริงๆ ว่าไม่มีคนช่วย และแยกรถไฟมี 2 ด้าน จะบริหารจัดการอย่างไร นอกจากนี้ระบบจราจรบริเวณแยกไม่ได้เป็นระบบ AI เหมือนแยกเพชรบุรี มีความวุ่นวายมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบัญชาการอยู่หน้าพื้นที่”

นายศุภณัฐ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการไม่ให้รถไฟเข้าเมือง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าเป็นแค่การศึกษาเท่านั้น และปัญหาใหญ่คือ กทม. ไม่มีกล้องซีซีทีวีที่จับการกระทำผิดได้ทั้งสิ้นเลย ส่วนในพื้นที่อื่นเราเข้าใจว่า กทม. ใช้กล้องตรวจจับผู้กระทำความผิดแล้วส่งให้ตำรวจ แต่ในความเป็นจริง เอาไปไว้ในถังข้อมูลกลาง ซึ่งตำรวจจะเอาไปดำเนินคดีหรือไม่ก็ได้ กทม. ไม่ได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนจึงถามว่าจับแล้วไม่ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วจะบังคับใช้กฎหมายได้อย่างไร และตำรวจก็มีข้อจำกัดเรื่องต้นทุนในการดำเนินคดี นอกจากนี้ยังพบว่าคนที่กระทำผิดจำนวนมากไม่มีใบขับขี่ แต่ไม่สามารถยึดใบขับขี่หรือปรับแต้ม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางตำรวจอยากให้แก้ไข พ.ร.บ.รถยนต์

“ภาพกล้องวงจรปิดบางส่วน กมธ. ได้มาจาก รฟท. และโซเชียลมีเดีย ซึ่งทั้งแยกนี้มีกล้องประมาณ 10 ตัวเท่านั้น โดยต้องใช้กล้องดูตั้งแต่รถไฟไปจนถึงพฤติกรรมขับขี่ ทำให้มีมุมภาพน้อย ต้องเอามาจากกล้องของประชาชนเพิ่มเติม และที่เราติดใจคือคนขับอยู่บนรถหรือไม่ อย่างไร ส่วนระยะเบรก ยืนยันว่า 200 เมตร เป็นไปไม่ได้”