ทีมข่าวชุมชนเมืองเดลินิวส์ มีโอกาสพูดคุย กับ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ถึงแนวคิดการนำรูปปั้นตัวเงินตัวทองมาตั้งไว้ภายในสวนลุมพินี สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางกรุง ว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ของสวนสาธารณะ มักจะให้ข้อมูลว่า ผู้ที่เข้ามาใช้บริการภายในสวนลุมพินี ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เฉลี่ยวันละ 100-200 คน มาถามหาตัวเงินตัวทองว่าหากจะต้องดู หรือมาถ่ายรูปบริเวณจุดไหน รวมทั้งตัวเงินตัวทองยังเป็นส่วนหนึ่งที่บ่งบอกถึงระบบนิเวศได้ดี ซึ่งตัวเงินตัวทองไม่ได้เป็นในเรื่องของสัตว์อย่างเดียว แต่ยังถูกพูดถึงในแง่ของระบบนิเวศของกรุงเทพฯ ซึ่งตัวเงินตัวทองนี้ก็อยู่คู่กับสวนมาตั้งนานแล้ว ดังนั้นเราจึงใช้โอกาสนี้ ไม่เพียงแค่การเล่าเรื่องของสัตว์และเรื่องความอุดมสมบูรณ์ระบบนิเวศในกรุงเทพฯ ช่วยกันพัฒนาให้ดีขึ้น

“ซึ่งก็ไปประจวบเหมาะกับที่ทางซีคอน บางแค จัดงาน Guardians of the garden และด้วยความที่ กทม. และซีคอนได้ทำกิจกรรมร่วมกันมาหลายงาน หลังจบงานดังกล่าว ซีคอนก็ได้นำรูปปั้นตัวเงินตัวทอง ซึ่งเป็นหุ่นโฟม ที่เสร็จจากการแสดงโชว์ภายในงานมาบริจาคให้กับ กทม. จากนั้น กทม. จึงนำมาวางไว้ภายในสวนลุมพินีแห่งนี้ ตรงจุดที่ถือว่าเป็นแลนด์มาร์ค สำหรับนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจจะมาถ่ายภาพตัวเงินตัวทอง ถือว่าช่วยทุ่นแรงเจ้าหน้าที่ในการตอบคำถาม” ทั้งนี้งาน Guardians of the garden จัดขึ่นวันที่ 26 ก.พ.- 9 มี.ค. 68 ณ SECON BANGKAE HALL โดยเป็นการจัดงานในบรรยากาศของสวน และเรียนรู้เรื่องราวของผู้พิทักษ์สวนกว่า 10 สายพันธุ์

นายศานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตรงจุดที่มีการตั้งรูปปั้นนั้น ก็จะมีการทำแผ่นเอกสารให้ข้อมูลเล่าเรื่องราวของตัวเงินตัวทอง ทั้งชนิด และ ระบบนิเวศต่างๆ โดยในวันที่ 17 พ.ค. นี้ ช่วงงาน BKK Expo จะมีจัดทริป พาเดินและทำความเข้าใจในสวนลุมพินีอีกครั้ง อย่างไรก็ตามรูปปั้นตัวเงินตัวทองหุ่นโฟมนี้ เป็นการวางชั่วคราวไม่ได้วางถาวร เบื้องต้นคาดว่าจะตั้งไว้จนถึงช่วงกลางเดือน พ.ค. นี้ หลังจบงาน Expo ส่วนในอนาคตจะมีการติดตั้งถาวรหรือไม่ คงต้องกลับไปพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประเมินอีกครั้ง เพราะตัวเงินตัวทองที่อยู่ในสวนลุมเอง ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวรู้จัก และบางคนก็ตั้งใจมาเพื่อจะดูและถ่ายรูปอยู่แล้ว แต่หากจะทำเป็นหุ่นถาวร การใช้งบประมาณของ กทม. ในการจัดทำคงไม่เหมาะสม จึงอาจจะต้องเป็นการประสานภาคเอกชนในการเข้ามาดำเนินการแทน
“จริงๆ แล้ว ภายในสวนลุมพินีก็มีรูปปั้นหลายๆ รูป ซึ่งในอนาคตตัวเงินตัวทอง ก็อาจจะกลายเป็นอีกรูปปั้นก็ได้”

สำหรับเรื่องการควบคุมปริมาณการเกิดของตัวเงินตัวทองนั้น นายศานนท์ ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการดำเนินการอยู่แล้วโดยที่ผ่านมา กทม. ได้ร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หามาตรการควบคุมปริมาณการแพร่พันธุ์ เพื่อให้มีปริมาณที่เหมาะสม กับความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นไปตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่สวนสาธารณะทุกแห่งก็จะมีป้ายห้ามให้อาหารสัตว์ ทั้งนี้ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวไม่ควรให้อาหาร ทั้งตัวเงินตัวทอง นกพิราบ และสัตว์ชนิดอื่นในพื้นที่สวน ส่วนการดำเนินการจับตัวเงินตัวทอง ที่เข้าบ้านเรือนประชาชนนั้น เจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. ก็ดำเนินการออกให้บริการประชาชนอยู่เป็นประจำ

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า สำหรับเหี้ย (Water Monitor Lizard) หรือ ตัวเงินตัวทอง (Bangkok Dragon) นั้น ปัจจุบันเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์เลื้อยคลาน ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ห้ามล่า ห้ามค้า ห้ามครอบครอง ห้ามกระทำต่อตัวเงินตัวทอง รวมถึงต่อซากตัวเงินตัวทอง หรือผลิตภัณฑ์จากซากตัวเงินตัวทอง หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ตัวเงินตัวทองไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เว้นแต่ถูกคุกคามจนเกิดความตกใจ โดยทั่วไปเป็นสัตว์รักสันโดษ และยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยกำจัดซากสัตว์และควบคุมประชากรของสัตว์น้ำและหนู ทำให้มีความสำคัญต่อระบบนิเวศในเมือง โดยมีถิ่นที่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา มาเลเซีย พฤติกรรมใช้หางเป็นอาวุธฟาดศัตรูและใช้ปากกัดอชอบอยู่ใกล้น้ำ ว่ายน้ำ ดำน้ำเก่ง และขึ้นต้นไม้เก่ง โดยสามารถไปถ่ายรูปกับรูปปั้นตัวเงินตัวทองยักษ์ได้ทุกวัน ตั้งแต่สวนเปิด เวลา 04.30-22.00 น. บริเวณริมน้ำสวนบึง ตรงข้ามสวนปาล์ม ภายในสวนลุมพินี เขตปทุมวัน.






